หมู่บ้านปีศาจซีโถว (Xitou Monster Village) เขตหนานโถว ไต้หวัน
หมู่บ้านปีศาจซีโถว เมื่อปีศาจไม่ได้น่ากลัว…แต่กลับสอนให้เราใช้ชีวิตช้าลง
ถ้ามีใครบอกว่าจะพาไป “หมู่บ้านปีศาจ” ฉันคงจินตนาการถึงป่าทึบที่เต็มไปด้วยหมอก เสียงลมหวีดหวิวผ่านยอดไม้ และเงาดำลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นสน แต่เมื่อรถค่อย ๆ ไต่ขึ้นสู่ภูเขาในอำเภอลู่กู่ เมืองหนานโถว และฉันได้ก้าวผ่านซุ้มประตูไม้ของ หมู่บ้านปีศาจซีโถว (Xitou Monster Village) ความคิดทั้งหมดก็เปลี่ยนไป
ปีศาจของที่นี่ไม่มีเขี้ยวแหลมชวนหวาดกลัว ไม่มีเสียงคำรามให้สะดุ้งตกใจ มีเพียงดวงตากลมโต รอยยิ้มทะเล้น และท่าทางขี้เล่นราวกับกำลังชวนให้นักเดินทางทุกคนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
บางที…การเดินทางที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การได้พบสถานที่ที่สวยที่สุด แต่คือการได้พบสถานที่ที่ทำให้เรายิ้มโดยไม่รู้ตัว
หมู่บ้านปีศาจซีโถวตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าของ Xitou Nature Education Area พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติชื่อดังของไต้หวัน ซึ่งได้รับการดูแลโดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ผืนป่าแห่งนี้อุดมไปด้วยต้นสนแดง ไซเปรส ไผ่ยักษ์ และพรรณไม้เมืองหนาวนานาชนิด อากาศเย็นสบายตลอดปี จนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน “ปอดสีเขียว” ของไต้หวันตอนกลาง

เช้าวันที่ฉันมาถึง หมอกสีขาวบาง ๆ ยังลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดไม้ ลมหอบกลิ่นไม้ซีดาร์ชื้น ๆ หลังฝนเมื่อคืนมาแตะปลายจมูก เสียงนกร้องแว่วมาจากป่าด้านหลัง ทุกอย่างเงียบสงบเสียจนแทบลืมไปว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
แล้วเรื่องราวของ “ปีศาจ” ก็เริ่มต้นขึ้น
หลายคนอาจคิดว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีประวัติยาวนานเหมือนหมู่บ้านโบราณ แต่แท้จริงแล้ว Monster Village ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2554 จากแรงบันดาลใจของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่เคยเดินทางไปยังเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ประเทศญี่ปุ่น และหลงใหลในถนนสายโยไคของนักวาดการ์ตูนชื่อดัง มิซุกิ ชิเงรุ
เขาไม่ได้ต้องการสร้างสวนสนุก หากอยากสร้างหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงจินตนาการเข้ากับธรรมชาติ จนกลายเป็นสถานที่ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้ากับเสน่ห์ของภูเขาไต้หวันได้อย่างลงตัว
คำว่า “โยไค” ในความเชื่อของญี่ปุ่น ไม่ได้หมายถึงปีศาจร้ายเสมอไป หลายตนเป็นผู้พิทักษ์ป่า วิญญาณแห่งสายน้ำ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่สะท้อนความเคารพของมนุษย์ต่อธรรมชาติ เมื่อเรื่องเล่าเหล่านี้เดินทางมาถึงซีโถว จึงไม่ได้สร้างความหวาดกลัว หากกลับเติมสีสันให้หมู่บ้านกลางป่าแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นอย่างน่ารัก

ทันทีที่เดินผ่านซุ้มประตูไม้ เสาโทริอิสีแดงโดดเด่นท่ามกลางต้นสนสูงใหญ่ โคมไฟไม้ทรงหกเหลี่ยมแขวนเรียงรายเหนือศีรษะ ร้านค้าเล็ก ๆ สร้างจากไม้สนสีอ่อนเรียงตัวสองข้างทาง ป้ายร้านใช้ตัวอักษรญี่ปุ่นสลับกับภาษาจีน บรรยากาศชวนให้นึกถึงเมืองออนเซ็นเล็ก ๆ มากกว่าหมู่บ้านปีศาจ
แต่ความสนุกอยู่ตรงที่…เหล่าปีศาจซ่อนตัวอยู่ทุกมุมบางตัวยืนถือกระบองไม้หน้าร้านอาหาร บางตัวปีนอยู่บนหลังคา บางตัวแอบโผล่หลังเสาไม้เหมือนกำลังเล่นซ่อนหา เด็ก ๆ วิ่งหัวเราะเมื่อเจอปีศาจตัวโปรด ขณะที่ผู้ใหญ่เองก็อดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป
บริเวณลานกลางหมู่บ้านเป็นอีกจุดที่คึกคักที่สุด มาสคอตปีศาจหัวแดงตัวใหญ่ยืนยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตร กลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมที่แทบไม่มีใครเดินผ่านไปโดยไม่แวะถ่ายภาพ

ฉันชอบเดินช้า ๆ สำรวจร้านค้าทีละร้าน เพราะแต่ละแห่งตกแต่งไม่เหมือนกัน ร้านหนึ่งขายหน้ากากโยไคแกะสลักจากไม้ อีกแห่งเต็มไปด้วยตุ๊กตาปีศาจทำมือ เครื่องรางนำโชค และของใช้ที่ออกแบบลวดลายจากนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น แต่ผลิตโดยช่างฝีมือท้องถิ่นของหนานโถว เป็นการผสมผสานสองวัฒนธรรมที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างน่าประทับใจ

แน่นอนว่า ของกินก็สนุกไม่แพ้กัน ขนมปังรูปปีศาจสีดำคือของขึ้นชื่อที่ทุกคนต้องลอง หน้าตาน่ารักจนไม่กล้ากัดคำแรก ไส้มีให้เลือกทั้งช็อกโกแลต คัสตาร์ด ถั่วแดง และชาเขียว นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมสีดำ ซาลาเปาปีศาจ คุกกี้ และเครื่องดื่มธีมโยไคที่ทั้งอร่อยและถ่ายรูปสวย

แต่สำหรับฉัน ของอร่อยที่สุดกลับเป็นชาอู่หลงร้อน ๆ แก้วหนึ่ง
หนานโถวคือแหล่งปลูกชาอู่หลงชั้นดีของไต้หวัน หลายร้านในหมู่บ้านเลือกใช้ชาใบอ่อนจากภูเขาสูง เมื่อนั่งจิบชาร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นของผืนป่า ความหอมหวานของใบชาค่อย ๆ คลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้อย่างไม่น่าเชื่อ
จากหมู่บ้านสามารถเดินเชื่อมเข้าสู่ Xitou Nature Education Area ได้อย่างสะดวก และนี่คืออีกเหตุผลที่ไม่ควรรีบกลับ

ทางเดินไม้ทอดผ่านป่าสนและไผ่ยักษ์ ลำธารสายเล็กไหลเอื่อยอยู่ข้างทาง ต้นไซเปรสอายุนับพันปียืนต้นอย่างสง่างาม ขณะที่สะพานลอยเหนือเรือนยอดไม้เปิดมุมมองใหม่ให้เห็นผืนป่าสีเขียวสุดสายตา
ฉันยืนอยู่บนนั้นอยู่นานกว่าที่คิด หมอกค่อย ๆ เคลื่อนผ่านยอดไม้เหมือนผืนผ้าบาง เสียงลมพัดผ่านป่าไผ่เกิดเป็นท่วงทำนองธรรมชาติที่ไม่มีเครื่องดนตรีชิ้นไหนเลียนแบบได้
ตอนนั้นเองที่รู้สึกว่า ต่อให้ไม่มีหมู่บ้านปีศาจ ซีโถวก็ยังเป็นสถานที่ที่งดงามพอจะทำให้ใครหลายคนตกหลุมรัก
หากมีเวลาทั้งวัน ลองเริ่มต้นเช้าที่หมู่บ้านปีศาจ เดินเข้าป่าช่วงสาย จากนั้นช่วงบ่ายแวะไร่ชาในอำเภอลู่กู่ เรียนรู้การเก็บชา การคั่วชา และการชงชาแบบไต้หวัน ก่อนปิดท้ายด้วยการจิบชาอุ่น ๆ มองภูเขาที่ค่อย ๆ ถูกหมอกยามเย็นปกคลุม
ก่อนพระอาทิตย์จะลับยอดเขา โคมไฟสีแดงในหมู่บ้านเริ่มส่องแสงทีละดวง แสงอุ่น ๆ สะท้อนพื้นไม้เก่า ขณะที่เหล่าปีศาจยังคงยืนอยู่ที่เดิม ราวกับกำลังโบกมือลานักเดินทางทุกคนด้วยรอยยิ้ม
ฉันหันกลับไปมองหมู่บ้านอีกครั้ง แล้วอดคิดไม่ได้ว่า ความหมายของ “ปีศาจ” ที่นี่อาจไม่ใช่สิ่งน่ากลัว หากเป็นตัวแทนของความซุกซน ความกล้าที่จะจินตนาการ และการมองโลกด้วยหัวใจที่อ่อนโยน
เมื่อเดินออกจากหมู่บ้าน ฉันไม่ได้รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านดินแดนลึกลับ แต่เหมือนได้ฝากความเหนื่อยล้าไว้กลางป่าสีเขียวแห่งนี้ แล้วพกเพียงรอยยิ้มเล็ก ๆ ติดตัวกลับบ้าน
และบางที…ของฝากที่ดีที่สุดจากการเดินทาง ก็ไม่ใช่ตุ๊กตาปีศาจหรือขนมปังสีดำ หากเป็นความรู้สึกที่ทำให้เรากลับมาเชื่ออีกครั้งว่า โลกใบนี้ยังมีสถานที่ซึ่งพร้อมจะโอบกอดนักเดินทางด้วยความอบอุ่น แม้จะมีคำว่า “ปีศาจ” เป็นชื่อเรียกก็ตาม

ชื่อภาษาจีน: 溪頭妖怪村 (Xītóu Yāoguài Cūn)
ที่อยู่
No. 2-3, Xingchan Road, Neihu Village, Lugu Township, Nantou County 558, Taiwan
(558 南投縣鹿谷鄉內湖村興產路2-3號)
การเดินทาง จากไถจง Taichung HSR Station หรือ Taichung Railway Station
ขึ้นรถบัส Taiwan Tourist Shuttle (สาย Xitou)
เส้นทางคือTaichung → Zhushan → Lugu → Xitou
ลงที่ป้าย Xitou (溪頭) จากป้ายรถบัสเดินเพียง 3 นาที ก็ถึงหมู่บ้านปีศาจแล้ว
ค่าเข้าชม
- Xitou Monster Village : เข้าชมฟรี
- หากต้องการเข้า Xitou Nature Education Area จะมีค่าเข้าชมแยกตามอัตราที่ประกาศของพื้นที่อนุรักษ์
หมู่บ้านปีศาจใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1–2 ชั่วโมง แต่ถ้ารวมการเดินป่าใน Xitou Nature Education Area ควรเผื่อเวลา 4–6 ชั่วโมง เพื่อสัมผัสทั้งบรรยากาศของหมู่บ้านและธรรมชาติได้อย่างเต็มที่




