คังนึง (Gangneung) เกาหลีใต้

คังนึง (Gangneung) เมืองที่ทะเลเล่าเรื่องและทุกคลื่นพัดพาเราให้ตกหลุมรัก

ผมเชื่อว่าทะเลแต่ละแห่งมีบุคลิกของตัวเอง

บางแห่งเต็มไปด้วยความคึกคักของนักท่องเที่ยว
บางแห่งเงียบสงบราวกับเก็บความลับบางอย่างไว้
และบางแห่ง…ไม่ได้เพียงให้เราไปชมวิว แต่ทำให้เราอยากหยุดเวลาอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ตั้งใจ

สำหรับผม คังนึง (Gangneung) เมืองชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีใต้ คือทะเลในแบบหลัง ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองริมทะเลที่สวยงาม แต่เป็นสถานที่ที่รวมเอาเรื่องราวของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมกาแฟ และวิถีชีวิตของผู้คนไว้ด้วยกัน

เส้นทางที่ผมอยากชวนเดินทางในวันนี้ เริ่มต้นจากชายหาดทางเหนือของเมืองอย่าง ชายหาดจูมุนจิน (Jumunjin Beach) แล้วค่อย ๆ เลาะชายฝั่งลงมาสู่ ชายหาดอันมก(Anmok Beach ) ก่อนปิดท้ายด้วยกาแฟหอม ๆ ที่ Coffee Cupper เป็นเส้นทางที่ไม่จำเป็นต้องรีบเพราะคังนึงไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันกับเวลาแต่ถูกสร้างมาเพื่อให้เราได้ฟังเสียงคลื่นอย่างตั้งใจ

ผมเริ่มต้นที่ชายหาดจูมุนจิน ลมทะเลที่นี่แรงกว่าที่คิด แต่เป็นลมที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ไม่ใช่ความหนาวที่ผลักให้เราอยากหลบเข้าอาคาร เบื้องหน้าเป็นทะเลสีฟ้าเข้ม คลื่นขาวค่อย ๆ วิ่งเข้าหาฝั่ง ขณะที่ด้านหลังคือหมู่บ้านประมงที่ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย

จูมุนจินเป็นหนึ่งในพื้นที่ประมงสำคัญของคังนึง ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องอาหารทะเลสด ตลาดปลา และวิถีชีวิตของชาวประมงที่ผูกพันกับทะเลมาหลายชั่วอายุคน

แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จูมุนจินยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำจากซีรีส์เกาหลีโดยเฉพาะฉากริมทะเลจากเรื่อง Goblin (Guardian: The Lonely and Great God) ที่ทำให้จุดถ่ายภาพบริเวณนี้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ตามรอยซีรีส์ยอดนิยม หลายคนเดินทางมาที่นี่เพื่อถ่ายภาพตามฉากในละคร

แต่เมื่อยืนอยู่ตรงหน้า ผมกลับรู้สึกว่าสิ่งที่สวยที่สุดไม่ใช่ฉากจากโทรทัศน์แต่คือทะเลจริงที่อยู่ตรงหน้าทะเลที่ยังคงงดงาม แม้ไม่มีเสียงเพลงประกอบ

จากชายหาด เดินต่อมาอีกไม่ไกล จะพบกับอีกหนึ่งจุดที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักเดินทางยุคใหม่นั่นคือ ป้ายรถเมล์ริมทะเลจูมุนจิน (Jumunjin Bus Stop) สถานที่แห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลกจากภาพถ่ายในมิวสิกวิดีโอเพลง “Spring Day” ของ BTS

แม้เดิมทีจะเป็นเพียงป้ายรถเมล์ธรรมดาริมชายหาด แต่หลังจากปรากฏในผลงานของ BTS ก็กลายเป็นจุดถ่ายภาพที่แฟนคลับจากทั่วโลกเดินทางมาตามรอย วันที่ผมไปถึง มีนักท่องเที่ยวหลายคนยืนรอคิวถ่ายภาพ บางคนถืออัลบั้ม บางคนแต่งตัวตามสไตล์ในมิวสิกวิดีโอ บางคนเพียงต้องการเก็บภาพตัวเองกับทะเลเดียวกับที่ศิลปินเคยยืนอยู่ สิ่งที่น่าสนใจคือ ป้ายเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับแฟนเพลง แต่มันสะท้อนพลังของวัฒนธรรมเกาหลีร่วมสมัย ที่สามารถทำให้สถานที่ธรรมดาแห่งหนึ่งกลายเป็นความทรงจำของผู้คนจากทั่วโลก

ภาพถ่ายหนึ่งภาพจึงไม่ได้มีเพียงทะเลและท้องฟ้าแต่มีเรื่องราวของเสียงเพลง ความทรงจำ และการเดินทางซ่อนอยู่ด้วย

หลังจากเก็บภาพที่จูมุนจิน ผมเริ่มเดินทางลงใต้ตามถนนเลียบชายฝั่ง นี่คือช่วงเวลาที่ผมชอบที่สุดของการเที่ยวคังนึง ถนนด้านหนึ่งติดภูเขาอีกด้านเปิดออกสู่ทะเลกว้าง

ระหว่างทางมีร้านกาแฟเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ตามแนวชายฝั่ง บ้านพักสีขาว และจุดชมวิวที่เพียงแค่จอดรถลงไปยืนไม่กี่นาที ก็รู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลง คังนึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งกาแฟ” ของเกาหลีใต้เพราะที่นี่ไม่ได้มองกาแฟเป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นวัฒนธรรมของการใช้ชีวิต การนั่งมองทะเลผ่านกระจกบานใหญ่ การพูดคุยกับคนที่รัก หรือการใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงกับกาแฟหนึ่งแก้ว

ปลายทางของเส้นทางนี้คือ ชายหาดอันมก(Anmok Beach )

หากจูมุนจินคือชายหาดแห่งเรื่องราว อันมกคือชายหาดแห่งการพักผ่อน ที่นี่เป็นที่ตั้งของ Anmok Coffee Street ถนนกาแฟชื่อดังที่ร้านกาแฟเรียงรายตลอดแนวชายฝั่ง ผมเลือกแวะที่ Coffee Cupper ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงของคังนึง และเป็นหนึ่งในร้านที่สะท้อนวัฒนธรรมกาแฟของเมืองได้เป็นอย่างดี ภายในร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ บรรยากาศอบอุ่น เป็นช่วงเวลาธรรมดาที่กลับรู้สึกพิเศษเพราะบางครั้ง ความสุขของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่การทำอะไรเยอะ ๆ แต่อยู่ที่การได้หยุดนิ่งในสถานที่ที่ถูกต้อง

ก่อนกลับ ผมเดินลงไปที่ชายหาดอันมกอีกครั้ง แสงเย็นสะท้อนบนผิวน้ำ ผู้คนยังเดินเล่นริมทะเลร้านกาแฟยังเปิดไฟสีส้ม เสียงคลื่นยังคงดังเหมือนเดิม ผมนึกย้อนกลับไปถึงเส้นทางจากจูมุนจิน ป้ายรถเมล์เล็ก ๆ ที่ BTS เคยทำให้คนทั้งโลกอยากเดินทางมา ถนนเลียบทะเล จนถึงกาแฟแก้วหนึ่งที่ Coffee Cupper

ทุกสถานที่เหมือนเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของเรื่องราวเดียวกันเรื่องราวของเมืองชายทะเลที่ไม่ได้พยายามทำให้ใครประทับใจแต่กลับทำให้เราจดจำได้โดยไม่ต้องพยายามคังนึงอาจไม่ใช่เมืองที่เสียงดังที่สุดของเกาหลีใต้ แต่เป็นเมืองที่มีเสียงคลื่นเบาที่สุด

และบางครั้ง…เสียงเบา ๆ นั้นเองกลับเป็นเสียงที่เราอยากกลับไปฟังอีกครั้ง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :