Summer Time in Akita ตอน 1

Story & Photo by Orawan

อาคิตะ (Akita) เป็นจังหวัดที่หันหน้าเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่นและอุดมไปด้วยธรรมชาติ ตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku Region) ทางตอนเหนือสุดของเกาะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่างเกาะฮอนชู หลายคนอาจจะคุ้นหูชื่อของอาคิตะ มาจากชื่อของสุนัขพันธุ์อาคิตะ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของสุนัขฮาจิโกะที่มีชื่อเสียงเรื่องของความซื่อสัตย์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาคิตะนั้นมีหลายอย่างที่น่าสนใจมากมาย ไปสัมผัสฤดูร้อนที่สวยงามที่อาคิตะกัน

SummerAkita10

แผ่นดิน ผืนน้ำ วัฒนธรรม
“แผ่นดินที่เห็นเหล่านั้นเดิมเคยเป็นผืนน้ำมาก่อน อีกฝั่งที่คุณเห็นคือภูเขาไฟเก่า”

SummerAkita2

เปิดเรื่องมาแบบนี้ก็ทำให้ฉันตาโตเลยทีเดียว เพราะผืนดินข้างหน้ามันกว้างสุดสายตาเลยทีเดียว และพื้นที่สีเขียวขจีที่เดิมเป็นภูเขาไฟเก่านั้น ไม่มีวี่แววว่าเคยร้อนระอุมาก่อนเลย

SummerAkita1

นี่คือภาพวิวที่คุณจะสามารถเห็นได้จาก จุดชมวิวคันปุซัน (Kanpuzan Rotating Observatory) ซึ่งมีความสูง 355 เมตร มีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นจะบอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่บริเวณโดยรอบ

SummerAkita3

ส่วนชั้นบนสุดพิเศษมากเพราะสามารถหมุนเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบใช้เวลาประมาณ 13 นาที ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสในยามฤดูร้อนเช่นนี้ คุณจะเห็นชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น, ภูเขาฮิเมะกาทาเคะ (Himegatake) และบ้านเรือนที่อยู่รายล้อมได้โดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น

SummerAkita4

นอกจากที่นี่แล้วเมืองโองะ (Oga) แห่งนี้ยังมีจุดชมวิวอีกหลายจุดยกตัวอย่างเช่น ฮาชิโบได (Hachibodai View Spot) เป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงามที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแหลมโองะ

SummerAkita13

และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองโองะ

SummerAkita17

ถ้าขึ้นไปด้านบนของหอชมวิวคุณจะมองเห็นวิวของอ่าวโทงะ (Toga) ทะเลสาบชื่อดังอย่างอิจิโนะเมะงาตะ (Ichinome-gata) นิโนะเมะงาตะ (Ninome-gata) เป็นต้น

SummerAkita14

และที่เหนือสุดของแหลมโองะที่ยื่นออกไปทางทะเลญี่ปุ่น ที่ราบสูงที่ปกคลุมไปด้วยผืนหญ้าอันกว้างใหญ่แห่งนี้เรียกว่านิวโด ซากิ (Nyudo-zaki) จุดนี้คุณจะเห็นคลื่นที่กระทบซัดชายฝั่งทะเล มีประภาคารตั้งเด่นเป็นสง่า

SummerAkita18

เห็นพื้นที่ของท้องฟ้า ท้องทะเลและแผ่นดินที่ประสานกันอย่างลงตัว

SummerAkita9

ไฮไลต์ของที่นี่คือ ก้อนหินที่วางเรียงกันตามเส้นละติจูด 40 องศาเหนือซึ่งเป็นตำแหน่งของแหลมแห่งนี้

SummerAkita11

และถ้าพูดถึงก้อนหิน หินรูปก๊อดซิลลา (Godzilla Rock) ริมแหลมชิโอเซะ (Cape Shiose-Saki) ก็น่าจะเป็นจุดท่องเที่ยวอีกจุดที่น่าสนใจสำหรับเมืองโอกะนี้ หินก้อนใหญ่ถูกสายลมและสายน้ำพัดกัดกร่อนจนกลายรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดอย่างก๊อดซิลลาตัวยักษ์

SummerAkita15

โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าและท้องทะเล ในยามพระอาทิตย์ตกดิน หากเรายืนในตำแหน่งพอเหมาะด้วยแสงสีส้มทองของพระอาทิตย์จะทำให้มองเห็นคล้ายกับสัตว์ประหลาดตัวนี้กำลังพ่นไฟอยู่ทีเดียว

SummerAkita16

ที่สุดของสถานที่ท่องเที่ยวเมืองโองะแห่งนี้ ฉันยกให้กับพิพิธภัณฑ์นะมะฮะเงะ (NAMAHAGE Museum) นะมะฮะเงะเปรียบเสมือนผู้รับใช้ของเทพเจ้าที่จะช่วยปัดเป่าโชคร้ายทั้งหลายให้ออกไป และนำมาแต่สิ่งดีๆ รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์

SummerAkita6

ในทุกๆ วันสิ้นปีชาวเมืองจะแต่งกายด้วยชุดฟางและสวมหน้ากากปีศาจออกมาเคาะประตูตามบ้านหาเด็กที่นิสัยไม่ดีหรือขี้เกียจ ซึ่งในทุกปีที่จังหวัดอาคิตะก็จะมีการจัดงานเทศกาลนะมะฮะเงะ เซะโดะ (Namahage Sedo Festival) ด้วย

SummerAkita7

สำหรับที่พิพิธภัณฑ์จะมีการจัดการแสดงจำลองเหตุการณ์วันที่นะมะฮะเงะมาเยี่ยมเยือนบ้าน แม้การแสดงจะพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นแต่บรรยากาศสนุกสนานมาก ใกล้ๆ กับจุดที่แสดงก็จะมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงรูปแบบของนะมะฮะเงะ และร้านขายของที่ระลึกที่น่าซื้อหามากมาย

SummerAkita5

มาอาคิตะแล้วห้ามพลาด
ไฮไลต์ของคนที่มาถึงอาคิตะแล้วต้องมาให้ได้คงหนีไม่พ้นการมาที่เมืองเซนโบะคุ (Semboku) และไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์บ้านซามุไรคาคุโนะดาเทะ (Samurai Houses of Kakunodate)

SummerAkita24

สำหรับย่านคาคุโนะดาเทะ เดิมเคยเป็นที่ตั้งปราสาทของขุนนางที่เจริญรุ่งเรืองมาก บริเวณเหล่านี้จึงเป็นถิ่นที่นักรบซามุไรได้อาศัยอยู่ ปัจจุบันบ้านเรือนเหล่านี้ก็ยังคงความโอ่อ่าและมีเสน่ห์ชวนค้นหา

SummerAkita25

มีบ้านหลายหลังที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม อย่างเช่น บ้านอะโอะยะงิ (Aoyagi House)

SummerAkita26

ที่ภายในมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ อาวุธโบราณและงานศิลปะจำนวนมาก

SummerAkita19

นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารและร้านกาแฟเปิดบริการให้เราเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของบ้านยุคโบราณอีกด้วย

SummerAkita20

แต่ถ้าจะให้ได้บรรยากาศแบบสมบูรณ์แบบแนะนำให้เช่าชุดกิโมโนด้วย

SummerAkita23

ราคาสำหรับเช่าชุดเพียง 4,000 เยน ต่อวันเท่านั้น ฉันมาในช่วงฤดูร้อนรอบข้างสีเขียวชอุ่มร่มรื่นเป็นที่สุด

SummerAkita21

เชื่อว่าหากมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้เห็นซากุระสายพันธุ์ ชิดาเระ ซากุระ (Shidarezakura) ที่มีลักษณะเฉพาะตัวคือ ฟอร์มของกิ่งก้านจะย้อยระย้า ออกดอกสีชมพู 5 กลีบบานสะพรั่ง หรือในยามฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นเมเปิลในบริเวณย่านนี้ก็เปลี่ยนสีสวยงามมาก

SummerAkita27

บริเวณหมู่บ้านซามุไร มีร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากมาย

SummerAkita42

ถ้าคุณสังเกตดีๆ จะเห็นบ้านหลังนี้มีเลี้ยงสุนัขอาคิตะ ด้วย

SummerAkita43

จากพิพิธภัณฑ์บ้านซามุไรคาคุโนะดาเทะฉันเดินทางไปยังอีกไฮไลต์ถัดไปของอาคิตะนั่นก็คือ ทะเลสาบทะซะวะ (Lake Tazawa)

SummerAkita31

ทะเลสาบที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความลึกถึง 423 เมตร สัญลักษณ์เด่นของทะเลสาบคือรูปปั้นเจ้าหญิงทัตสึโกะ (Tatsuko) สีทองอร่าม ยามที่ท้องฟ้าใส รูปปั้นจะสะท้อนแสงงดงามมาก

SummerAkita28

ข้างๆ กันนั้นมีศาลเจ้าโกะซะโนะอิชิ (Gozanoishi Shrine) ตั้งอยู่ ตามตำนานเล่ากันว่า เจ้าหญิงทัตสึโกะได้ขอพรให้มีความงดงามที่เป็นนิรันดร์ โดยดื่มน้ำจากทะเลสาบ แต่ด้วยความโลภทัตสึโกะดื่มน้ำมากเกินไป จึงถูกสาปให้กลายเป็นมังกรจมอยู่ใต้ทะเลสาบลึกแห่งนี้แทน

SummerAkita29

กิจกรรมโดยรอบของทะเลสาบมีให้ทำหลายอย่าง อย่างหนึ่งในการล่องเรือไปชมความงดงามของทะเลสาบ เราจะมองเห็นผืนน้ำสะท้อนภูเขาทั้งลูกเลยทีเดียว

SummerAkita30

ต่อไปจากทะเลสาบ ในย่านนี้จะมีหมู่บ้านออนเซ็นที่มีชื่อเสียงเรียกว่า นิวโตออนเซ็น (Nyuto Onsen) ซึ่งมีเปิดทำการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1674 ประกอบไปด้วยเรียวกัง (บ้านพักแบบญี่ปุ่นโบราณ) ถึง 7 แห่งด้วยกัน

SummerAkita34

แต่ละแห่งก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป อย่างเช่น ซึรุโนะยุออนเซ็น (Tsurunoyu Onsen) เป็นออนเซ็นสีขาวคล้ายน้ำนม ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าที่โอบล้อมให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว

SummerAkita33

ที่นี่ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือโทรทัศน์ในห้องพัก เพื่อการผ่อนคลายไปกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีอีก 6 แห่งที่สนใจแวะได้

SummerAkita32

เรื่องราวความสนุกของหน้าร้อนเมืองอาคิตะยังไม่จบสามารถอ่านต่อได้ที่ Summer Time in Akita ตอน 2

http://www.vacationistmag.com/summertimeinakita2

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0