วันตรุษจีน 2569

วันตรุษจีน” หรือ “วันปีใหม่จีน” เดิมทีไม่ได้เรียกว่าเทศกาลตรุษจีน แต่มีชื่อเรียกว่า “ซุ่ย”, “เหนียน” และ “วันชุงเจ๋” ตรุษจีนนั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก (คริสต์มาส ) ประเพณี พิธีกรรม ความเป็นมาของการฉลองตรุษจีนนั้น มีมานานมากกว่า 100 ปี เล่าว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ชาวจีนเลยกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิในทุกปี เป็น “เทศกาลเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ” จนกลายมาเป็น “เทศกาลวันตรุษจีน” ในปัจจุบัน และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน

การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน มีการซื้อของต่าง ๆ มาเพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน พร้อมทั้งเตรียมทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ตั้งแต่บนลงล่าง หน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดและปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไป รวมถึงประตูหน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยการแปะกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรให้ “อายุยืน ร่ำรวย อยู่ดีมีสุข” จากนั้นก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงและร่วมฉลองกินอาหารมื้อค่ำกันทั้งครอบครัว

สำหรับปี 2569 ตรงกับวันอะไร

ปฏิทินวันตรุษจีน 2569 หรือ ค.ศ. 2026

วันที่  15 กุมภาพันธ์ 2569  เป็นวันจ่าย

วันจ่าย หรือ “วันตื่อเล็ก”  ถือเป็นวันแรกของการเริ่มต้นวันตรุษจีน โดยวันดังกล่าวสมาชิกในบ้านที่รับหน้าที่ดูแลอาหารในครัว จะต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันไหว้

วันไหว้หรือวันสิ้นปี เป็นวันที่ทุกคนจะทำการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ที่ซื้อเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะตรงกับวันสิ้นปี นอกจากวันนี้จะถือว่าเป็นวันสิ้นปีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมของครอบครัวและเครือญาติที่จะต้องมารวมตัวกันหรือนัดกันออกไปกินข้าวมื้อเย็นร่วมกัน และจะต้องมีเมนู “เกี๊ยว” อยู่ในมื้อนั้นด้วย เพราะเชื่อว่าการกินเกี๊ยวในมื้อวันสิ้นปีรวมกันจะทำให้มีเงินมีทองใช้ตลอดปี ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อว่ารูปร่างของเกี๊ยวนั้นเหมือนกับรูปทรงเงินของจีนนั่นเอง

วันที่  17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเที่ยว

วันตรุษจีน : วันเที่ยว วันปีใหม่ หรือวันตรุษจีนนั่นเอง เพื่อความเป็นมงคลกับชีวิตจะนิยมทานมื้อแรกของวันนี้ด้วยอาหารเจ ด้วยความเชื่อที่ว่าทานเจมื้อนี้ก็จะเหมือนกันการได้ทานเจตลอดทั้งปี เป็นวันที่ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สดใสสวยงาม ใส่เสื้อสีแดง งดสีขาวดำ และพากันออกไปท่องเที่ยว หรือไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ โดยเฉพาะบรรดาลูกหลานจะนิยมเดินทางนำเอาส้ม 4 ผลไปแลกกับทางญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ แล้วส่วนมากผู้ใหญ่ก็มักจะให้ซองแดง หรืออั่งเป่าไปให้กับเด็ก ๆ พร้อมทั้งถือเคล็ดต่าง ๆ ตามธรรมเนียม เช่น งดทำบาป ไม่ด่าทอ ไม่พูดคำหยาบ และไม่คิดร้ายต่อกัน เพื่อความเป็นสิริมงคล

อาหารที่ใช้ในวันไหว้

เนื้อสัตว์ต่าง ๆและกับข้าว  : ควรมีเนื้อสัตว์ครบ 3 ประเภท คือ สัตว์มีกีบที่เท้า สัตว์มีปีก และสัตว์มีคีบ ยกตัวอย่างเช่น หมูสามชั้น (ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้)  ไก่เต็มตัว (ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน) , เป็ด (สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย) , ปลาหรือปลาหมึกแห้ง (เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์) ,บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หรือฉางโซ่วเมี่ยน ( อายุยืนยาว)  , – สาหร่ายทะเลสีดำ (ความมั่งคั่งร่ำรวย) , หน่อไม้ (การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก)

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง คือ เต้าหู้ขาว เนื่องจากสีขาว คือ สีสำหรับงานโศกเศร้า

ขนมไหว้ตรุษจีน : ฮวกก้วยหรือขนมถ้วยฟู (ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู), ขนมสาลี่ (รุ่งเรือง เฟื่องฟู), ขนมไข่ (ความเจริญเติบโต) , หมั่วโถวและซาลาเปา (ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่า ห่อโชค), ขนมเข่ง (ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์) และขนมเทียน (หวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์)

รวมไปถึง จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง ปิ่นโต หมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป ใช้ไหว้เจ้าได้ทุกประเภท ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ เต้ายิ้งปัง คือ ขนมถั่วตัด, มั่วปัง คือ ขนมงาตัด, ซกซา คือ ถั่วเคลือบน้ำตาล, กวยแฉะ คือ ฟักเชื่อม และโหงวจ๊งปัง คือ ขนมข้าวพอง

ผลไม้: ส้มสีทอง (ความสวัสดีมหามงคล), กล้วย (กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง) , สับปะรด (จีนเรียกว่า “อั่งไล้” แปลว่า มีโชคมาหา) , องุ่น (ความเพิ่มพูน) , แอปเปิล (ความสันติสุข สันติภาพ) ,  ทับทิม, สาลี่ (โชคลาภ ไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ) , และแก้วมังกร *ไม่ควรใช้ผลไม้ที่มียาง มีหนาม และมีสีดำ

เครื่องดื่มไหว้ตรุษจีน : น้ำชาหรือเหล้าจีน *จำนวนถ้วยตามจำนวนบรรพบุรุษที่ล่วงลับไป

ข้าวสวย : ข้าวสวยใส่ชามพร้อมตะเกียบ *จำนวนชุดตามจำนวนบรรพบุรุษที่ล่วงลับไป

เครื่องไหว้อื่น ๆ : กระดาษเงิน, กระดาษทอง, ธูป (จำนวนธูปไหว้คนละ 3 ดอก), อ่วงแซจี๊ (ใบเบิกทางให้บรรพบุรุษมารับของไหว้), อิมกังจัวยี่ (แบงก์กงเต็ก) และเสื้อกระดาษกงเต็ก

ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน : สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ห้ามทำช่วงตรุษจีน

บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี

สิ่งที่ควรทำ

ทำความสะอาดบ้าน : ควรเตรียมทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ให้สะอาด เรียบร้อย และไม่รกรุกรัง เพราะเชื่อว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีของปีเก่าออกไป พร้อมต้อนรับสิ่งดี ๆ ของปีใหม่เข้าบ้าน *แต่ต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนถึงวันตรุษจีนเท่านั้นนะ

ตกแต่งบ้านให้สวยงาม : ตกแต่งประดับประดาบ้านด้วยของที่มีสีมงคลอย่าง “สีแดง” หรือ “สีทอง” เช่น โคมไฟ หรือกระดาษฟู เพราะเชื่อว่าเป็นการเสริมความมงคลและขับไล่สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ออกไป แถมเป็นการขอพรให้อายุยืนยาว ร่ำรวยเงินทอง และชีวิตดีมีความสุขอีกด้วย

ใส่เสื้อผ้าสีแดง เพราะ สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี

เด็ก ๆ และคนโสด เพื่อรวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี  โดยมีธรรมเนียมคือ ผู้ใหญ่ที่ผ่านการแต่งงานมาและทำงานมีรายได้แล้ว จะมอบซองสีแดง(ที่มีเงินจำนวนหนึ่งข้างใน) ให้กับเด็กๆที่มีอายุต่ำกว่า หรือยังไม่ได้ทำงาน พร้อมกล่าวสวัสดีปีใหม่ ซึ่งสีแดงของอั่งเปานั้นมีความหมายถึงโชคดี และเงินที่ใส่ในซองอั่งเปานั้น มักจะมีจำนวนเป็นเลขนำโชคของจีนนั่นคือเลข 8

สิ่งที่ห้ามทำ

ไม่ควรทำงานบ้าน : เพราะการทำงานบ้านต่าง ๆ ช่วงตรุษจีนจะเป็นเหมือนการขับไล่ความโชคดีออกไป *คนจีนเลยจะต้องทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อยก่อนช่วงตรุษจีน

ไม่ควรสระผม : คนจีนถือว่าการสระผมเป็นการชะล้างความโชคดีที่จะมาถึงในช่วงวันขึ้นปีใหม่

ไม่ควรใช้ของมีคม : ไม่ว่าจะเป็นมีด กรรไกร หรือที่ตัดเล็บ เพราะเหมือนกับว่าเป็นการตัดสิ่งที่ดีหรืออนาคตที่ดีที่จะนำมาในช่วงเทศกาลตรุษจีน

ไม่ควรพูดคำหยาบและคำที่ไม่เป็นมงคล : ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

ไม่ควรร้องไห้ : ไม่ควรร้องไห้ในวันขึ้นปีใหม่ เพราะมีความเชื่อว่าหากร้องไห้ในวันนี้ จะต้องมีเรื่องให้เสียใจไปตลอดทั้งปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฏิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน

ไม่ควรซักผ้าและล้างจาน : ห้ามใช้น้ำเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าเทพเจ้าแห่งน้ำกำเนิดขึ้นในวันนี้ ดังนั้นการซักผ้าและล้างจานในวันนี้ จึงเหมือนเป็นการลบหลู่เทพเจ้านั่นเอง ระวังซุ่มซ่ามหรือทำของแตก : ชาวจีนถือว่าการเดินสะดุด หรือทำสิ่งของตกแตกในช่วงวันขึ้นปีใหม่ หมายถึงการงานสะดุด และนำความโชคไม่ดีเข้ามาในอนาคต *แต่ถ้าหากทำของแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้แก้เคล็ดโดยการพูดคำว่า “ลั้ว ตี้ คาย ฮวา”

15 วันแห่งการฉลองตรุษจีน

  • วันแรกของปีใหม่ เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก หลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการต่ออายุและนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้กับตน
  • วันที่สอง ชาวจีนจะไหว้บรรพชนและเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับสุนัข เลี้ยงดูให้ข้าวอาบ น้ำให้แก่มัน ด้วยเชื่อว่า วันที่สองนี้เป็นวันที่สุนัขเกิด
  • วันที่สามและสี่ เป็นวันของบุตรเขยที่จะต้องทำความเคารพแก่พ่อตาแม่ยายของตน
  • วันที่ห้า เรียกว่า พูวู ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้านเพื่อต้อนรับการมาเยือน ของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ในวันนี้จะไม่มีใครไปเยี่ยมใครเพราะจะถือว่าเป็นการนำโชคร้าย มาแก่ทั้งสองฝ่าย
  • วันที่หก ถึงสิบชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของ ครอบครัว และไปวัดไปวาสวดมนต์เพื่อความร่ำรวยและความสุข
  • วันที่เจ็ด ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวนานำเอาผลผลิตของตนออกมาชาวนาเหล่านี้จะทำน้ำที่ทำมาจากผักเจ็ดชนิดเพื่อฉลองวันนี้ วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิด ของมนุษย์ในวันนี้อาหารจะเป็น หมี่ซั่วกินเพื่อชีวิตที่ยาวนานและปลาดิบเพื่อความสำเร็จ
  • วันที่แปด ชาวฟูเจียน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์
  • วันที่เก้า จะสวดมนต์ไหว้และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้
  • วันที่สิบถึงวันที่สิบสอง เป็นวันของเพื่อนและญาติๆ ซึ่งควรเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น และหลังจากที่ทานอาหารที่อุดมไปด้วยความมัน วันที่สิบสามถือเป็นวันที่เราควรทานข้าวธรรมดากับผักดองกิมกิ ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย
  • วันที่สิบสี่ ความเป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟซึ่งจะมีขึ้น ในคืนของวันที่สิบห้าแห่งการฉลองตรุษจีน

คำอวยพรตรุษจีน

ยกตัวอย่างเช่น

“新正如意 新年发财”

“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” หรือที่ชาวจีนแต้จิ๋วจะออกเสียงว่า “ซิงเจี่ยอยู่อี่ ซิงนี้ฮวกใช้” และในภาษาจีนกลาง หรือจีนแมนดาริน ออกเสียงว่า “ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ”

ความหมายว่า คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาในวันปีใหม่ มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดปี 

“招财进宝” “เจาไฉจิ้นเป่า” 

หมายความว่า เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติไหลเข้าบ้าน

วันตรุษจีนปีที่ผ่านมา

ตรุษจีนปี 2565 วันจ่าย ตรงกับวันที่ 30 มกราคม 2565 , วันไหว้ ตรงกับวันที่ 31 มกราคม 2565 ,วันเที่ยว ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565

ตรุษจีนปี 2566 วันจ่าย ตรงกับวันที่ 20 มกราคม 2566 , วันไหว้ ตรงกับวันที่ 21 มกราคม 2566 ,วันเที่ยว ตรงกับวันที่ 22 มกราคม 2566

ตรุษจีนปี 2567 วันจ่าย ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 , วันไหว้ ตรงกับวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ,วันเที่ยว ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567

ตรุษจีนปี 2568 วันจ่าย ตรงกับวันที่ 27 มกราคม 2568 , วันไหว้ ตรงกับวันที่ 28 มกราคม 2568 ,วันเที่ยว ตรงกับวันที่ 29 มกราคม 2568

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :