We Love Chiang Mai

ไปเที่ยวเชียงใหม่กัน คำนี้จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่หาญกล้าตอบปฏิเสธ ด้วยทีมงาน ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ ให้เกียรติเชิญทีมงาน Vacationist ร่วมทริป 3 วัน 2 คืน

ซึ่งช่วงเวลานี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดแคมเปญ We love Chiang Mai “เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวได้ทั้งเมือง” ขึ้นร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร ในเชียงใหม่

ร่วมกันนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวในราคาพิเศษตลอดปี 2563 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ผ่านกิจกรรม Refreshing Chiang Mai Day

โดยในงานเปิดตัวแคมเปญ We love Chiang Mai ได้รับเกียรติจาก คุณเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดแคมเปญที่ประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.พ. 63 ที่ผ่านมา ท่ามกลางสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงาน

จากนั้นเราเดินทางไปรับประทานอาหารชิลๆ

พร้อมวิวสวยๆ กับธรรมชาติวิวป่าเขาริมน้ำแก่งกื้ด กันก่อน ที่ Stay Wild & Café

ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาน 60 กิโลเมตร ซึ่งที่นี่ยังมีที่พักให้บริการ และกิจกรรม Adventure ให้ได้ลองเล่นกันด้วย


Stay Wild & Café ตั้งอยู่ที่ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 08 9441 6365

จากนั้นไปต่อกันที่ปางช้างแม่แตง ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆ กัน ที่ปางช้างแม่แตง

เป็น Ecotourism ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่มีการจัดแสดงช้าง

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนคนเลี้ยงช้าง ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้การเลี้ยงช้าง กินนอนอย่างไร และยังได้รู้วิธีการดูแลช้างด้วย

ก่อนเริ่มเราเปลี่ยนชุดเพื่อความคล่องตัว

ฟังขั้นตอนเพื่อเรียนรู้และเข้าใจช้าง

ได้ทำอาหารเสริมให้ช้างที่มีส่วนผสมของมะขาม สมุนไพรผสมดินโป่ง เพื่อช่วยระบบการขับถ่ายให้ช้าง เพราะช้างเป็นสัตว์ที่เกิดมาเพื่อกิน ในวันๆ หนึ่งช้างจะกินอาหารประมาณ 150-200 กิโลกรัมต่อวัน กินน้ำอีก 150-200 ลิตรต่อวัน

เรายังได้ทำสบู่สมุนไพรจากเครือสบ้า ทุบให้แบน ขยี้กับน้ำจะเกิดฟองเพื่อใช้ขัดตัวช้าง ในการอาบน้ำช้างที่ริมน้ำแก่งกื้ด

แต่ก่อนหน้าเราจะป้อนอาหารให้ช้างก่อนเพื่อทำความคุ้นเคยกันก่อนจะลงไปขัดตัว อาบน้ำให้ช้าง


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB : hug chang chiangmai และ line : salehugchang

หลังจากใช้พลังไปเยอะกับช้างน้อยตัวใหญ่ เราเข้าเมืองมาเพิ่มพลังกันที่ร้าน The House by Ginger เป็นร้านอาหารที่ มิชลิน ไกด์ มอบรางวัล Bib Gourmand ให้

ตัวร้านตกแต่งสวยงาม ผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว บรรยากาศอบอุ่น

เมนูที่ต้องลอง The House Mix Appetizer Platter หนึ่งในเมนูที่ มิชลีนไกด์ แนะนำ เป็นเมนูเรียกน้ำย่อย

รวบรวมเอาเมนูของกินเล่นแบบไทย ทั้งปอเปี๊ยะกุ้งทอด, ถุงทองลาบไก่, ม้าฮ่อ, เมี่ยงคำ และผักบุ้งกรอบ เป็นเมนูที่กินง่าย

อีกหลายเมนูที่น่าลอง ซี่โครงหมูอบซอสมะขาม, เนื้อต้มกะทิ (สำหรับคนกินเนื้อ), ปลาทอดเบญจรงค์, หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง, ไก่ผัดจักรพรรดิ์ และแตงโมปลาแห้ง ก่อนพัก


The House by Ginger : 199 ถนนมูลเมือง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0 5328 7681, https://www.facebook.com/thehousebyginger
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 22.00 น.

วันต่อมาเรามาเดินทางมาที่ ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมสันกำแพง แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมการทอผ้าไหม

ภายในจัดแสดงผ้าทอไหมสันกำแพงที่มีชื่อเสียง ผ้าไหมสันกำแพงลายโบราณ บางผืนอายุเกือบร้อยปี และเป็นลายที่คุณอาภัสรา หงสกุล สวมใส่เมื่อช่วงประกวดนางสาวไทย

โดยคุณสกาวกวิน กาญจนเสมา ผู้ดูแลศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมสันกำเเพง อธิบายความเป็นมาของศูนย์ฯ ซึ่งตัวผ้าไหมสันกำเเพงในอดีต 1 ผืน สามารถขยำเหลือเเค่กำมือเดียว เเละคืนรูปได้โดยไม่ยับ

นอกจากนี้เรายังได้ร่วมทำกิจกรรม Workshop วาดร่มและกระเป๋าผ้า โดยอาจารย์เล็ก (เกื้อกูล กาญจนเสมา) สนุกสนานมาก

ละลายความไม่มั่นใจของเราออกไปจนหมด จนคิดว่าเราเก่งงานศิลปะวาดรูปสวยซะงั้น 555 เพราะคำว่าศิลปะอย่าตั้งใจมากอาจพลาดได้ และการพลาดบางทีกลายเป็นสวยงามขึ้นมาได้ (กิจกรรม 100 บาท ได้ร่มคันเล็ก หรือกระเป๋าผ้า)


ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมสันกำแพง : 12/1 หมู่ 5 ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง
โทร. 0 5333 2200
เว็บไซต์ : http://sankamphangsilk.org

เราพักกินกลางวันกันที่ร้านอาหารกำแพงแก้ว (พิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม) แว๊บแรกที่ลงรถนึกว่าพามาผับตอนกลางวัน แสงสะท้อนระยิบระยับ

เข้ามาต้องลองลิ้มชิมรสกับแกงเผ็ดเป็ดย่าง, ต้มยำเห็ดรวม, หมูสามชั้นทอดน้ำปลา, หมูทอดแดดเดียว และยำเห็ดรวม


เปิดวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ( ปิดวันอังคาร ) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. โทร. 08 0495 6584

จากนั้นเรามาที่ Thai Silk Village – ศูนย์การเรียนรู้ไทยซิลค์

เพื่อทำกิจกรรมผ้าฝ้ายแกมไหมมัดย้อม

เข้ามาด้านในจะมีการแสดงขั้นตอนเริ่มตั้งแต่ยังเป็นตัวหนอนไหม เป็นรังไหม การต้มไหม และสาวไหม

การย้อมสีของไหมจากสีธรรมชาติ (มีทั้งการย้อมร้อน และย้อมเย็น) การทอผ้าไหม

ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเข้ามาท่องเที่ยว และซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์กัน

มีให้เลือกทั้งเสื้อผ้าไหม สูท ผ้าพันคอ ผ้าพันศีรษะ เครื่องประดับ ฯลฯ

ข้างๆ กัน ยังมีอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นเครื่องทอแบบจำลองให้นักท่องเที่ยวลองฝึกทอ และตู้โชว์รางวัลที่ได้รับมา

รวมถึงผลติภัณฑ์อื่นที่ได้จากไหมเช่น สบู่ บวบไหมใช้ขัดตัว ฯลฯ บนชั้น 2 มีภาพวาด 4 มิติบนชั้น 2 ให้ถ่ายรูปกับเส้นทางสายไหมด้วย


120/27 หมู่ 3 ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง โทร. 0 5338 8357

เรามาพักเบรกกินขนมปังฝรั่งเศสกันที่ร้าน Chez Nous Chiangmai ร้านคาเฟ่และขนมปังสไตล์ French country

นำเข้าวัตถุดิบจากฝรั่งเศส เพื่อให้คนเชียงใหม่และคนที่มารับประทานได้ลิ้มรสชาติแบบต้นตำรับ มาแล้วต้องลอง

ครัวซอง (Croissant) เมนู signature ของทางร้าน หอมเนย กรอบนอกนุ่มใน

Almond Croissant – อัลมอนด์ครัวซอง, Kiss of Chiang Mai – รอยจูบของสาวเชียงใหม่ ครัวซองต์ signature ของร้าน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมโฮมเมด ตกแต่งด้วยดอกไม้สวนหลังร้าน

บาสก์ชีสเค้ก ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อเนียนนุ่ม และเลมอนเมเดเดอลีน (ขนมที่เป็นรุปเปลือกหอย)


Chez Nous Chiangmai ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง
โทร. 09 4663 8855
https://www.facebook.com/cheznousbakingatelier/

นั่งพักให้ย่อยเรียบร้อย เรามีคิวไปนวดผ่อนคลายกันที่ Zira Spa – ศิรา สปา อยู่ตัวเมืองเชียงใหม่ (เรามาสาขาที่อยู่ใกล้คูเมืองย่านประตูท่าแพ เยื้องกับวัดดอกเอื้อง) ให้บริการในรูปแบบสปาล้านนา ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

แค่ลงรถเราก็ได้กลิ่นสปาลอยมาเตะจมูกอย่างจัง เราเดินเหมือนลอยเข้าไปในร้านแบบว่าง่าย สปาแห่งนี้ได้รับรางวัลการันตีจากไทยและต่างประเทศมากมาย

โดยมีเรื่องเล่าในยุคสมัยของเจ้าดารารัศมี เมื่อประมาณ 140 ปีที่แล้ว ท่านทรงเป็นเจ้าหญิงของเมืองเชียงใหม่และได้ถวายตัวเป็นพระราชชายาในรัชกาลที่ 5 พระราชชายาทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญมากมายเช่น ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม

โดยท่านได้ทำมาตรฐานการฟ้อนพื้นเมืองต่างๆ ให้เป็นมาตรฐาน เพื่อไม่ให้เกิดการผิดเพี้ยนในภายภาคหน้า การฟ้อนรำนึง ที่เป็นที่เป็นที่รู้จักคือการฟ้อนเล็บ

ทาง ศิรา สปา จึงนำการฟ้อนเล็บนี้มาประยุกต์เป็นท่านวด สร้างเป็นนวัตกรรมใหม่ของการทำสปาแบบล้านนา มีเพียงแห่งเดียวในโลก คือ “นวดฟ้อนเล็บ” หรือเรียกกันว่าฟ้อนครัวทาน ฟ้อนเมืองบ้าง ฟ้อนเล็บบ้าง ทั้ง 3 ชื่อนี้เป็นการ ฟ้อนชนิดเดียวกัน


Zira Spa : 18/5 ถนนราชวิถี อำเภอเมืองเชียงใหม่
โทร. 0 5321 7820
https://www.facebook.com/ziraspa/

นวดผ่อนคลายสบายตัวเรียบร้อย เลือดลมเดินสะดวก ร่างกายก็ต้องการพลังงานโดยพลัน เราเลยพากันมาที่บ้านลันได ฟายน์ไทย ควิซีน (BAAN Landai Fine Thai Cuisine)

เป็นร้านที่ได้รับ Michelin Guide ปี 2020 คือเมนู ผัดหมี่โบราณกุ้งคลุกซอสมะขาม

นอกจากนี้ที่อยากแนะนำก็คือ ปลาทับทิมทอดซอสน้ำตก, ยำส้มโอพริกเผากุ้งสด,

สันคอหมูพะโล้ต้มยำ, แกงคั่วสับปะรดกุ้งสดเสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ลวก, ทอดมันปลาหมึก แล้วอย่าลืมสั่งเครื่องดื่มทับทิมสยาม หรือชื่อแปลกๆ อย่าง น้ำเรียกสติ มาลองดู


ร้านเปิดอังคาร – อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เปิด 10.00 – 22.00 น.
252/13-14 ถนนพระปกเกล้า ศรีภูมิ เมืองเชียงใหม่
โทร. 06 5848 4464
Facebook : baanlandaifinethaicusine

วันสุดท้ายเราตื่นเช้าเพื่อเดินทางไปยัง I Love Flower Farm (จากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณครึ่งชั่วโมง) เพื่อชมทุ่งดอกไม้ที่สวยงามบานสะพรั่ง ละลานตาเต็มฟาร์ม

ทั้งดอกมากาเร็ต ดอกคัตเตอร์ ดอกสร้อยไก่ แม้เราจะมาเช้าแต่ก็มีผู้คนมาก่อนเราบ้างแล้ว แต่ละคนเตรียมชุดมาประชันความงามกับดอกไม้อย่างเต็มที่

สวนดอกไม้แสนสวยสุดฮิตของจังหวัดเชียงใหม่ อารมณ์เหมือนอยู่ต่างประเทศ เปิดให้เข้าเที่ยวชมถ่ายรูปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

ค่าเข้าชมสวนดอกไม้ 70 บาท (เด็กเกิน 3 ขวบราคา 70 บาท) จะได้รับน้ำสมุนไพร และขนมหวาน 1 ชุด (แล้วแต่วันว่าเป็นน้ำอะไร ขนมอะไร)

มีพร็อพพวกกระเป๋า และมงกุฎดอกไม้ให้เช่าด้วยหากใครไม่มีมา กระเป๋าใบละ 100 บาม มงกุฎดอกไม้ 40 บาท


เปิดเวลา 09.00 – 18.00 น. (อาจจะต้องจองล่วงหน้าทางเฟซบุ๊ก
เจ้าของฝากแจ้งว่ามีให้ชมถึงปลายเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น และจะเปิดอีกครั้งช่วงปลายปี )
I love flower Farm : 33 ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม เชียงใหม่
https://www.facebook.com/I-love-flower-Farm-267775026710971/

ถ่ายรูปกันจนเกือบเมมกล้องเต็ม ก็มาเดินกาด (ตลาด) กันที่ Rustic Market

ตั้งอยู่ภายในโครงการ Jing Jai Market (จริงใจ มาร์เก็ต)

กาดงานคราฟท์ฝีมือคนเมือง งาน Handmade งานศิลปะ ของแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์

รวมถึงอาหารฟิวชั่น และเบเกอรี่โฮมเมด ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิคที่ไม่ควรพลาด บริเวณลานกว้างใต้ต้มก้ามปูขนาดใหญ่

มากาดนี้แล้วห้ามพลาด “กาแฟชูใจ” ร้านกาแฟสุดฮิป ด้วยเมล็ดกาแฟออร์แกนิกหอมกรุ่น เป็นร้านกาแฟหาบเร่ ลูกค้าที่มากินนั่งล้อมวงที่เก้าอี้ไม้ตัวเล็ก

ชมการดริปกาแฟกันแบบใกล้ชิด และ Freedom to drink, Pay as You Like ที่ค่ากาแฟขึ้นกับความพอใจของคุณ


ถ.อัษฎาธร ต.ป่าตัน อ.เมือง เชียงใหม่
เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.00-13.00 น.
โทร. 0 5323 1520

และแวะซื้อของกินของฝากกันสักนิดที่ตลาดต้นพยอม พวกไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ฝากคนที่บ้านสักหน่อย

ก่อนไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับ เราแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน Nara Thai Cuisine อยู่เยื้องห้าง Maya

เราสั่งออเดิร์ฟนารา, แกงเลียง, มาเมืองเหนือแต่ยังไม่ได้กินข้าวซอยเลยจัดมา 1 ชุด

ของหวานที่นี่อย่าลืมสั่งไอศกรีมที่มาพร้อมเครื่องทอปปิ้งใส่ไม่อั้น


Nimman Road Tumbon SuThep Amphoe, อำเภอเมืองเชียงใหม่
โทร. 09 2491 9744

เชียงใหม่ยังคงน่าหลงใหลทุกครั้งที่มาเยือน เสน่ห์ของล้านนายังอบอวนอยู่เสมอ ใครที่ได้มีโอกาสมาเชียงใหม่จะกี่ครั้งก็ตาม มักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เฮาฮักเจียงใหม่ เจ้า

ขอขอบคุณ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0