“รถทันตกรรมเคลื่อนที่อัจฉริยะ” ด้วยวิจัยและนวัตกรรม พร้อมให้บริการ! วช.เสริมโอกาสเข้าถึงบริการทันตกรรมผู้สูงวัย “Wellness สูงวัยสุขภาพดี”
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรม “Wellness สูงวัยสุขภาพดีด้วยวิจัยและนวัตกรรม” นำ“รถทันตกรรมเคลื่อนที่อัจฉริยะเพื่อสุขภาวะยุคใหม่“ พัฒนาโดย ววน. นำร่องให้บริการประชาชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา กิจกรรม ณ โรงแรมฟอร์จูน โคราช จ.นครราชสีมา

ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมพิธี โดยมี นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายภาษิต ชนะบุญ, รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายธรรมบาล ฉิมพลี รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมนธนา บุญตระกูลพูนทวี รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายศรัณย์ ธรรมาศิริกุล หัวหน้าโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่, รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมฟอร์จูน โคราช จังหวัดนครราชสีมา

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “รถทันตกรรมเคลื่อนที่อัจฉริยะเพื่อสุขภาวะยุคใหม่” เป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากของประชาชนในทุกช่วงวัย อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยได้นำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ เทคโนโลยีสุขภาพ และระบบบริการสาธารณสุข มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อพัฒนารถทันตกรรมเคลื่อนที่ต้นแบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัย รองรับการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งสำคัญคือการนำระบบบริการสุขภาพเชิงรุกเข้าไปสู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้ที่ยังมีข้อจำกัดการเข้าถึงบริการ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จึงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยโครงการ “ประเมินความเสี่ยงการหกล้มและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคลสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่นำร่อง” ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ ที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการหกล้มซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยนอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาทักษะของบุคลากรในพื้นที่ เช่น อสม. และสร้างฐานข้อมูลสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดูแลเชิงป้องกัน ลดภาระด้านสาธารณสุขและภาระของครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

นายศรัณย์ ธรรมาศิริกุล หัวหน้าโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ กล่าวว่า โครงการ “รถทันตกรรมเคลื่อนที่แบบปลอดเชื้อต้นแบบ” มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทันตกรรมของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและประชาชนในพื้นที่ชนบทที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เนื่องจากปัญหาสุขภาพช่องปากส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว ทั้งด้านการรับประทานอาหาร การสื่อสาร และสุขภาพกายใจ โดยคณะผู้วิจัยได้ออกแบบรถทันตกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานทันตกรรมครอบคลุมระบบสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย สำหรับการดำเนินงานในจังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ นอกจากเป็นการให้บริการประชาชนเชิงรุกแล้ว ยังเป็นการทดสอบภาคสนามเพื่อประเมินประสิทธิภาพและเก็บข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในอนาคต พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากประเทศไทยสามารถพัฒนารถทันตกรรมเคลื่อนที่มาตรฐานและผลิตใช้เองได้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพช่องปาก เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการ และสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทย

นอกจากนี้ สมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทยร่วมกับคลินิกทันตกรรมสไมล์แกลอรี่ จัดทันตแพทย์มาทดสอบการให้บริการทันตกรรม ได้แก่ ตรวจสุขภาพช่องปาก ขูดหินปูน อุดฟัน (ถอนฟัน) เคลือบฟลูออไรด์ และให้คำแนะนำการดูแลช่องปากแก่ประชาชนในพื้นที่เพิ่มเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากของประชาชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และเครือข่ายด้านสุขภาพ ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อรองรับสังคมสูงวัยของประเทศไทย พร้อมยกระดับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้เข้าถึงการประเมินและฟื้นฟูสุขภาพอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ




