พิกัดที่เที่ยวลำพูน

ลำพูนหรือนครหริภุญไชย เมืองเล็ก ๆ ที่ครองแชมป์เลือกตั้งอันดับ 1 ของไทย เดิมเป็นเมืองโบราณที่มีอายุเก่าแก่มากว่า 1,300 ปี โดยตำนานส่วนใหญ่ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1200 – 1310 โดยฤาษีวาสุเทพเกณฑ์ชาวมอญมาสร้าง และเชิญพระนางจามเทวีจากละโว้มาปกครอง โดยมีความรุ่งเรืองยาวนานจนตกเป็นของอาณาจักรล้านนาใน พ.ศ. 1836 ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ประเพณี และความสวยงาม ทำให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้ มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

ที่นี่มีความพิเศษและเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่ที่เที่ยวธรรมชาติ แต่คือการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์รถไฟไทยท่ามกลางขุนเขาที่เข้าถึงง่ายและสงบเงียบ

เสน่ห์และความสำคัญของดอยขุนตาล

สภาพอากาศ: อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ป่าไม้มีความหลากหลายทั้งป่าดิบเขาและป่าสน เป็นแหล่งดูนกและศึกษาพันธุ์ไม้ที่สมบูรณ์มาก

แลนด์มาร์คประวัติศาสตร์: ที่นี่เป็นที่ตั้งของ “อุโมงค์ขุนตาน” ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย (1,352 เมตร) ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตกที่สวยงามและเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องเช็กอิน

การเดินทางสุดคลาสสิก: เป็นอุทยานแห่งเดียวในไทยที่คุณสามารถ “นั่งรถไฟมาถึงหน้าอุทยาน” ได้เลย เหมาะมากสำหรับสายแบกเป้ (Backpacker) ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ระหว่างทาง

เส้นทางเดินป่า “4 ย.”: เส้นทางศึกษาธรรมชาติถูกแบ่งเป็น 4 จุดยุทธศาสตร์ (ย.1 – ย.4) รวมระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร:

ย.1: บ้านพักรับรองเชิงประวัติศาสตร์

ย.2: จุดสนสองใบและที่พักผ่อนหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช

ย.3: พื้นที่ป่าสนที่หนาแน่นและเงียบสงบ

ย.4: ยอดสูงสุดที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงาม

สะพานขาวทาชมภู

คือแลนด์มาร์คประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับอุโมงค์ขุนตาน ที่มีความสำคัญและความน่าสนใจ

สถาปัตยกรรมโดดเด่น: เป็นสะพานรถไฟสีขาวสะอาดตาที่สร้างขึ้นด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากในสมัยรัชกาลที่ 6 (สร้างเสร็จปี พ.ศ. 2462) มีรูปทรงโค้งมน (Catenary Arch) สไตล์ตะวันตกที่ดูคลาสสิกและสง่างามท่ามกลางวิวทุ่งนาและภูเขา

สัญลักษณ์แห่งความทนทาน: ความพิเศษคือเป็นสะพานที่ไม่ได้รับความเสียหายจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากทางรถไฟสายนี้มีความสำคัญมาก และสีขาวของสะพานยังช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล

จุดถ่ายรูปยอดฮิต: ด้วยความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดแวะพักหลักของนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพและชาวแคมป์ปิ้ง โดยเฉพาะช่วงที่รถไฟวิ่งผ่านสะพาน จะเป็นช็อตที่สวยงามและดูมีชีวิตชีวามาก

วิถีชีวิตชุมชน: บริเวณรอบสะพานมีลานกิจกรรม ร้านค้าชุมชน และพื้นที่พักผ่อนริมน้ำทา ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายกว่าการเดินป่าบนดอยขุนตาล

ตารางเวลาโดยประมาณ ที่รถไฟขบวนสำคัญจะวิ่งผ่านสะพานขาวทาชมภู (อัปเดตปี 2569) เพื่อให้คุณเตรียมกล้องรอได้ถูกจังหวะ

ช่วงเช้า (แสงสวย เหมาะแก่การถ่ายรูป)

  • ขบวน 9 (ด่วนพิเศษอุตราวิถี – CNR): ประมาณ 06:40 – 07:10 น. (วิ่งมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าเชียงใหม่) เป็นขบวนที่สวยที่สุดและคนรอดักถ่ายมากที่สุด
  • ขบวน 13 (ด่วนพิเศษ): ประมาณ 08:10 – 08:30 น. (มุ่งหน้าเชียงใหม่)
  • ขบวน 102 (รถเร็ว): ประมาณ 06:30 – 07:00 น. (วิ่งจากเชียงใหม่ มุ่งหน้ากรุงเทพฯ)

ช่วงกลางวัน – บ่าย

  • ขบวน 7 (ด่วนพิเศษดีเซลราง): ประมาณ 18:50 – 19:20 น. (มุ่งหน้าเชียงใหม่ – มักจะมืดแล้วในช่วงฤดูหนาว)
  • ขบวน 408 (รถท้องถิ่น): ประมาณ 10:00 – 10:30 น. (วิ่งจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าลำพูน/นครสวรรค์)
  • ขบวน 109 (รถเร็ว): ประมาณ 03:30 – 04:00 น. (มักจะผ่านช่วงดึก)

เคล็ดลับ: แสงแดดช่วงเช้าประมาณ 7 โมงที่ส่องกระทบสะพานขาวและขบวนรถไฟ CNR สีแดงเทา จะให้สีสันที่สวยงามที่สุด

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่เป็นดั่งหัวใจของชาวลำพูนและชาวล้านนา นุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ พระนางจามเทวี องค์ปฐมกษัตรีย์ผู้ครองนครหริภุญชัย พระองค์ทรงเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ ปราชญ์เปรื่อง และทรงอัญเชิญพระพุทธศาสนาและศิลปวิทยาการจากละโว้ขึ้นมาประดิษฐานในภาคเหนือ จนรุ่งเรืองมากว่า 1,300 ปี

ศูนย์รวมศรัทธา: ตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก ใจกลางเมืองลำพูน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นนิยมมาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะเรื่องความสำเร็จ การงาน และขอบารมีคุ้มครอง

สถาปัตยกรรมและการตกแต่ง: องค์รูปหล่อของพระนางมีความงดงามสมพระเกียรติ ในบริเวณรอบ ๆ มักมีการประดับตกแต่งด้วย “โคมล้านนา” อย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงเทศกาลโคมแสนดวง (ก่อนวันลอยกระทง) ซึ่งจะกลายเป็นจุดถ่ายภาพที่สว่างไสวและมีสีสันที่สุดแห่งหนึ่งในลำพูน

ถ้าคุณมาช่วงเย็น (ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป) การเดินเล่นที่ ตลาดโต้รุ่งหนองดอก จะสนุกที่สุด เพราะมีของกินหลากหลายราคาไม่แพง ทั้งผัดไทย ข้าวราดแกง และขนมหวานพื้นเมือง

กู่ช้างกู่ม้า

เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเปี่ยมด้วยความเข้มขลัง ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกพันกับความเชื่อของชาวลำพูนอย่างลึกซึ้ง หากคุณชอบเรื่องราวลี้ลับ ตำนานความเชื่อ และสถาปัตยกรรมโบราณ กู่ช้างกู่ม้าคือจุดเช็กอินที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเมืองลำพูน

สุสานสัตว์คู่บารมี: ตามตำนานเชื่อว่าเป็นสุสานของ “ภู่ก่ำงาเขียว” ช้างปฐมพงศ์พันธุ์ดีที่มีอิทธิฤทธิ์มาก และเป็นช้างคู่บารมีของพระนางจามเทวี ส่วนกู่ม้าเชื่อว่าเป็นที่บรรจุอัฐิม้าทรงของพระเจ้ามหันตยศ ราชบุตรของพระนาง

สถาปัตยกรรมแปลกตา: “กู่ช้าง” มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกระบอกปลายมน ซึ่งแตกต่างจากเจดีย์ทั่วไปในล้านนา ดูน่าเกรงขามและสะท้อนถึงศิลปะหริภุญชัยโบราณที่หาชมได้ยาก

สถานที่ขอพรและพึ่งพาทางใจ: ชาวลำพูนให้ความเคารพศรัทธามาก นิยมมาบนบานศาลกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการสอบเข้าทำงาน การเลื่อนตำแหน่ง หรือขอความคุ้มครอง โดยมีความเชื่อว่าหากมาลอดท้องช้างจำลองที่นี่จะช่วยเสริมสิริมงคลและขจัดปัดเป่าอุปสรรค

บรรยากาศร่มรื่น: บริเวณรอบกู่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีศาลเจ้าพ่อกู่ช้างให้สักการะ และมีการประดับตุงล้านนาอย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกสงบและขรึมขลังในคราวเดียวกัน

วัดพระธาตุหริภุญชัย

คือหัวใจทางพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือ และเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนลำพูน หากคุณมาลำพูนแล้วไม่ได้มากราบพระธาตุหริภุญชัย ก็เหมือนยังมาไม่ถึงเมืองนี้ เพราะที่นี่คือจุดรวมจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์พันปีของอาณาจักรหริภุญชัย

  • พระธาตุประจำปีเกิดปีระกา: องค์พระธาตุหริภุญชัยเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีทองอร่าม ศิลปะล้านนาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง บรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุส่วนนิ้วหัวแม่มือ เป็นที่พึ่งทางใจของชาวล้านนามานานกว่าพันปี
  • สถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซ: ภายในวัดมีโบราณวัตถุที่หาชมยาก เช่น “วิหารหลวง” ที่ประดิษฐานพระเจ้าทองทิพย์, “หอระฆัง” ทรงปราสาท และ “สุวรรณเจดีย์” (เจดีย์ปทุมวดี) เจดีย์ทรงเหลี่ยมแบบขอมโบราณที่หายากในปัจจุบัน
  • แลนด์มาร์คโคมแสนดวง: ในช่วงเทศกาลลอยกระทง พื้นที่วัดจะถูกประดับประดาด้วยโคมล้านนานับแสนดวงที่ชาวบ้านนำมาถวายเป็นพุทธบูชา กลายเป็นทะเลโคมที่สวยงามระดับโลกและเป็นสวรรค์ของช่างภาพ

วัดมหาวัน

วัดมหาวันวรมหาวิหาร (จังหวัดลำพูน) เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ที่มีตำนานผูกพันกับพระนางจามเทวี และเป็นต้นกำเนิดของหนึ่งในชุดเบญจภาคีที่นักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศต่างใฝ่ฝัน

ต้นกำเนิด “พระรอดลำพูน”: วัดนี้คือสถานที่ขุดพบ “พระรอด” 1 ใน 5 เบญจภาคีที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวีเพื่อประทานแก่เหล่าทหาร ความศักดิ์สิทธิ์ด้านแคล้วคลาดปลอดภัยทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายหลักของนักสะสมและผู้ศรัทธาทั่วโลก

พระพุทธสิกขีปฏิมากร (พระศิลาดำ): ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรกแกะสลักจากหินสีดำสนิท ซึ่งพระนางจามเทวีอัญเชิญมาจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บารมีที่ชาวลำพูนเคารพนับถืออย่างสูงสุด

เจดีย์ทรงปราสาทแบบหริภุญชัย: พระเจดีย์พุทธมหาวันเป็นโบราณสถานที่มีทรวดทรงงดงามสะท้อนศิลปะหริภุญชัยแท้ๆ แม้จะผ่านการบูรณะมาหลายยุคแต่ยังคงความขรึมขลังและมนต์เสน่ห์ของอาณาจักรโบราณไว้ได้อย่างดี

บรรยากาศสงบและเข้าถึงง่าย: ตั้งอยู่ริมคูเมืองลำพูนด้านทิศตะวันตก เดินทางสะดวกและอยู่ใกล้กับวัดประวัติศาสตร์อื่นๆ ทำให้สามารถจัดทริปไหว้พระรอบเมืองได้ง่ายมาก

วัดสันป่ายางหลวง

คือวัดที่ได้รับการยกย่องว่ามี “วิหารที่สวยงามที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของไทย” ด้วยงานพุทธศิลป์ที่ละเอียดอ่อนและทรงพลัง

วิหารพระโขงเขียว: ไฮไลต์อยู่ที่การแกะสลักปูนปั้นที่อ่อนช้อยงดงามทั่วทั้งหลัง สะท้อนศิลปะแบบล้านนาผสมผสานหริภุญชัยอย่างลงตัว ภายในประดิษฐาน “พระพุทธเมฆินทร์ปฏิมากร” ที่สร้างจากหินเขียวแม่น้ำโขง ซึ่งมีความงดงามและแปลกตาหาชมยาก

ประวัติศาสตร์อันยาวนาน: เป็นวัดแรกในพุทธศาสนาของล้านนา เดิมชื่อ “วัดขอมลำโพง” สร้างขึ้นก่อนสมัยพระนางจามเทวี เป็นสถานที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระอัครสาวก คือ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ทำให้ที่นี่มีความศักดิ์สิทธิ์และขลังอย่างยิ่ง

งานไม้และปูนปั้นสุดประณีต: ทั่วทั้งวัดประดับด้วยงานฝีมือช่างสิบหมู่ ทั้งงานลงรักปิดทอง งานฉลุไม้ และงานปั้นเทพพนมที่ดูมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวสายศิลปะและสถาปัตยกรรมจะหลงรักที่นี่เป็นพิเศษ

บรรยากาศโอ่อ่าและสงบ: แม้จะตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง แต่ภายในวัดกลับให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในวิมานจำลอง เหมาะแก่การเดินชมรายละเอียดของศิลปะและถ่ายภาพในมุมที่สวยงามแปลกตา

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน (คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์)

ที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ที่น่าเบื่อ แต่เป็น “บ้านที่เก็บความทรงจำ” ของเมืองลำพูนไว้อย่างมีชีวิตชีวา เข้าชมได้ฟรีและเดินเพลินมาก

อาคารคุ้มเก่าอันทรงคุณค่า: ตัวอาคารเป็นเรือนไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี (คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ ลำพูน) ที่ยังคงความงดงามตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมล้านนาผสมตะวันตก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลังวัดพระธาตุหริภุญชัย

คลังสมบัติของชาวลำพูน: ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ของคนสมัยก่อน ตั้งแต่เครื่องพิมพ์ดีดโบราณ วิทยุ จักรยาน ไปจนถึงภาพถ่ายเก่าแก่ที่หาดูยาก ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์สังคมเมืองลำพูนได้ชัดเจนกว่าตำราเล่มไหนๆ

ความผูกพันกับรถไฟและภาพยนตร์: มีโซนจัดแสดงเรื่องราวการขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานและประวัติการรถไฟ รวมถึงโรงภาพยนตร์จำลองที่บอกเล่าความรุ่งเรืองของสื่อบันเทิงในอดีต ทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นภาพวันวานที่น่าประทับใจ

จุดถ่ายรูปยอดฮิต: ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นและตัวอาคารไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี ทำให้ที่นี่เป็นพิกัดโปรดของสายคอนเทนต์ที่ชอบสไตล์วินเทจ (Retro) ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสวยมีเรื่องราว

สกายวอล์ควัดดอยติ

แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ตั้งอยู่บนวัดดอยติ ซึ่งมีรูปปั้นครูบาศรีวิชัยขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่

ความน่าสนใจ: เป็นจุดชมวิวจากมุมสูงที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองลำพูนและภูเขาที่โอบล้อมได้แบบพาโนรามา ตัวสกายวอล์คทำเป็นทางเดินกระจกที่น่าตื่นตาตื่นใจ

เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:00 น. (เสาร์-อาทิตย์ ปิด 18:30 น.)

วัดจามเทวี ลำพูน

วัดเก่าแก่คู่เมืองลำพูน ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดกู่กุด” ตั้งอยู่ที่ ถ.จามเทวี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน เป็นวัดเก่าแก่สำคัญตั้งแต่สมัยล้านนาไทย สถาปัตยกรรมหริภุญชัยทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้น ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร 60 องค์ ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่หาชมได้ยาก

วัดพระพุทธบาทตากผ้า

เป็นพระอารามหลวงสำคัญที่เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและตำนานพุทธจำลองของชาวล้านนา

รอยพุทธบาทและตำนานตากผ้า: ตามตำนานเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทไว้ และทรงนำจีวรมาตากบนหน้าผาหิน จนปรากฏเป็น “รอยตากผ้า” ตารางสี่เหลี่ยมคล้ายผืนจีวรบนหินที่ยังคงเห็นได้ชัดเจนจนถึงปัจจุบัน

บันไดนาค 469 ขั้น: ไฮไลต์ที่ท้าทายนักท่องเที่ยวคือการเดินขึ้นบันไดนาคที่มีความสวยงามและยาวเหยียดเพื่อขึ้นสู่ “พระธาตุเจดีย์สี่ครูบา” บนยอดดอยม่อนช้าง ซึ่งเป็นจุดชมวิวพาโนรามาที่มองเห็นเมืองป่าซางและทุ่งนาสีเขียวขจีได้กว้างไกลสุดสายตา

สถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์: ตัววิหารและเจดีย์มีความอ่อนช้อยงดงามตามแบบฉบับศิลปะภาคเหนือ ผสมผสานกับความสงบเงียบของวัดป่าที่เป็นสถานปฏิบัติธรรมชื่อดัง ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายและอิ่มบุญในเวลาเดียวกัน

บารมีครูบาพรหมา: วัดแห่งนี้รุ่งเรืองด้วยบารมีของ หลวงปู่ครูบาพรหมา พรหมจักโก พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ชาวลำพูนให้ความเคารพอย่างสูง สังขารของท่านที่ไม่เน่าเปื่อยยังคงประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้

หมู่บ้านหัตถกรรมผ้าฝ้ายบ้านดอนหลวง

ต้นตำรับและแหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ซึ่งมีความน่าสนใจในแง่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย บ้านดอนหลวงไม่ใช่แค่ตลาดขายของฝาก แต่เป็น “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” ที่คุณจะได้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งการทอผ้าและมิตรภาพของชาวไทยองอย่างแท้จริง

มรดกทางวัฒนธรรมชาวไทยอง: ชาวบ้านที่นี่คือ “ชาวไทยอง” ที่อพยพมาจากเมืองยองในอดีต และยังคงสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายมานานกว่าร้อยปี คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย การแต่งกายพื้นเมือง และภาษาพูดที่เป็นเอกลักษณ์

สวรรค์ของคนรักผ้าฝ้าย: ตลอดสองข้างทางในหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยร้านขายผ้าฝ้ายทอมือหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ผ้าชิ้น เสื้อผ้าสำเร็จรูปดีไซน์ทันสมัย ไปจนถึงของใช้ในบ้าน ของที่ระลึก และงานคราฟต์ที่ประณีตในราคาย่อมเยาจากผู้ผลิตโดยตรง

เทศกาล “แต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง”: ช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี หมู่บ้านจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยงานเทศกาลใหญ่ มีการตกแต่งหมู่บ้านด้วยตุงและผ้าสีสันสดใส มีขบวนแห่ทางวัฒนธรรม และตลาดนัดศิลปะที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วไทย

จุดถ่ายรูปสไตล์วินเทจ: ด้วยลักษณะบ้านเรือนแบบเก่าและร้านค้าที่ตกแต่งอย่างมีศิลปะ ทำให้ที่นี่เป็นพิกัดที่สายถ่ายรูปชื่นชอบ ให้บรรยากาศย้อนยุคที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวา

หอศิลป์อินสนธิ์ วงค์สาม

หอศิลป์อินสนธิ์ เป็นทั้งหอศิลป์ และอุทยานธรรมมะ ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ของ อินสนธิ์ วงศ์สาม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พ.ศ. 2542 ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2520 โดยอาจารย์อินสนธิ์ และเวนีเซีย วอล์คกี หรือวนิดา วงศ์สาม ภรรยานักประติมากรชาวอังกฤษ (เสียชีวิตแล้ว) เป็นอาคารหลายหลัง แต่ละหลังจัดเก็บผลงานเป็นหมวดหมู่ เพื่อเป็นที่แสดงงานทางด้านศิลปะตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี

อ่างเก็บน้ำแม่วังส้าน

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีบรรยากาศที่เงียบสงบและงดงามจนได้รับฉายาว่าเป็นจุดพักผ่อนที่ชิลล์ที่สุดแห่งหนึ่งของป่าซาง

ทัศนียภาพอันงดงาม: เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อน น้ำในอ่างนิ่งสงบสะท้อนเงาเมฆและขุนเขา ยิ่งในช่วงหน้าหนาวจะมีไอหมอกจางๆ เหนือน้ำ และในช่วงหน้าแล้งระดับน้ำที่ลดลงจะเผยให้เห็นทุ่งหญ้ากว้างขวางคล้ายกับสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

สวรรค์ของนักพักผ่อน: ที่นี่โดดเด่นเรื่อง “เรือนแพ” นักท่องเที่ยวสามารถนั่งทานอาหารพื้นเมืองสดๆ จากอ่างเก็บน้ำ (โดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืด) บนแพที่ลอยนิ่งกลางน้ำ พร้อมรับลมเย็นสบาย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนในวันหยุด

กิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย: นอกจากจะมานั่งทานอาหารแล้ว ยังเป็นพิกัดยอดนิยมสำหรับ “สายแคมป์ปิ้ง” ที่ต้องการความสงบ มีจุดกางเต็นท์ริมน้ำที่มองเห็นดาวชัดเจนในตอนกลางคืน รวมถึงเป็นจุดที่คนในพื้นที่นิยมมาตกปลาและปั่นจักรยานชมวิวรอบเขื่อน

วิถีชีวิตที่เรียบง่าย: คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบชุมชนที่ไม่ปรุงแต่งมากนัก สะท้อนถึงเสน่ห์ของอำเภอป่าซางที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้อย่างดี

ถ้ำหลวงผาเวียง

เป็นศาสนสถานและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนดอยผาเวียง มีความสำคัญและเสน่ห์ที่น่าค้นหาดังนี้

  • มหัศจรรย์หินงอกหินย้อย: เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาและงดงามตามธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็น 8 ห้องหลัก เช่น ห้องโถงเทวดา และ ห้องวิมานสวรรค์ ซึ่งแต่ละห้องจะมีประกายระยิบระยับเมื่อกระทบแสงไฟ
  • ตำนานอันศักดิ์สิทธิ์: ตามความเชื่อท้องถิ่นเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค และเป็นสถานที่วิเวกที่พระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่านเคยมาจำพรรษาปฏิบัติธรรม ทำให้บรรยากาศภายในถ้ำมีความขรึมขลังและสงบเยือกเย็น
  • จุดชมวิวทิวทัศน์: การเข้าถึงตัวถ้ำต้องเดินขึ้นบันไดนาคที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา ระหว่างทางและบริเวณหน้าถ้ำจะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันเขียวขจีของอำเภอบ้านโฮ่งได้อย่างกว้างไกล
  • สถาปัตยกรรมทางพุทธศิลป์: บริเวณหน้าถ้ำและภายในมีการประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ ผสมผสานกับงานปูนปั้นที่ประณีต ทำให้ที่นี่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและจุดจาริกบุญในที่เดียวกัน

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม

เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอลี้ และเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวปกาเกอะญอที่มีวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ ที่นี่คือ “ดินแดนแห่งศรัทธาสีขาว” ที่ผสมผสานพุทธศิลป์พม่า-ล้านนา เข้ากับวิถีชีวิตชุมชนที่งดงามและเรียบง่ายอย่างลงตัวที่สุด

ศรัทธาแห่งครูบาวงศ์: วัดนี้รุ่งเรืองด้วยบารมีของ หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา พระเกจิผู้เป็นที่เคารพรักสูงสุด ท่านเป็นผู้สร้างวัดและพลิกฟื้นหมู่บ้านห้วยต้มให้กลายเป็นชุมชนมังสวิรัติที่เคร่งครัดในศีลธรรม ซึ่งหาดูได้ยากมากในปัจจุบัน

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย: ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือเจดีย์สีทองอร่ามขนาดมหึมา ซึ่งจำลองรูปแบบมาจาก เจดีย์ชเวดากอง ประเทศเมียนมา ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามท่ามกลางขุนเขา เป็นจุดถ่ายรูปที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศ

วิหารพระพุทธบาท: ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์และสถาปัตยกรรมล้านนาที่วิจิตรบรรจง ตกแต่งด้วยงานปูนปั้นและลวดลายไทยที่ละเอียดอ่อนสะท้อนถึงพลังศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธศาสนา

วิถีชีวิตชุมชนมังสวิรัติ: ความน่าสนใจพิเศษคือชาวบ้านรอบวัดเกือบ 100% “ไม่กินเนื้อสัตว์” และยังคงแต่งกายด้วยชุดปกาเกอะญอสีสันสวยงาม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความเงียบสงบและการต้อนรับที่จริงใจ

น้ำตกก้อหลวง

น้ำตกก้อหลวง อยู่ภาในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง อำเภอลี้ คืออัญมณีเม็ดงามแห่งผืนป่าลำพูนที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามระดับ Unseen และเป็นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ

สระมรกตกลางป่า: ความโดดเด่นที่สุดคือ “น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์” ที่ใสจนมองเห็นฝูงปลา เนื่องจากเป็นน้ำตกหินปูน ทำให้น้ำมีสารละลายแคลเซียมคาร์บอเนตตกตะกอนจนเกิดเป็นสีฟ้าเขียวมรกตที่ดูแปลกตาและสวยงามไม่แพ้น้ำตกชื่อดังในต่างประเทศ

ม่านน้ำตกหินปูน: เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 7 ชั้น แต่จุดไฮไลต์คือชั้นที่มีหน้าผาหินปูนสูงสง่า พร้อมม่านน้ำที่ไหลตกลงมาสู่แอ่งน้ำกว้างเบื้องล่าง รอบข้างโอบล้อมด้วยหน้าผาและต้นไม้ร่มรื่น ให้บรรยากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี

จุดหมายของสายชิลล์และสายแคมป์: นอกจากความสวยงามของน้ำตกแล้ว ภายในอุทยานแห่งชาติแม่ปิงยังมี “ทุ่งกิ๊ก” สำหรับสายแคมป์ปิ้งและส่องสัตว์ รวมถึง “แก่งก้อ” ที่คุณสามารถล่องแพชมวิวลำน้ำปิงได้ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ครบทั้งป่า เขา และสายน้ำ

ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ: ป่าโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดและพรรณไม้หายาก เหมาะสำหรับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติและพักผ่อนหนีความวุ่นวาย

วัดพระพุทธบาทผาหนาม

เป็นปูชนียสถานสำคัญที่ผูกพันกับศรัทธาของชาวลำพูนอย่างแนบแน่น และเป็นจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอ

  • บารมีครูบาขาวปี: วัดแห่งนี้รุ่งเรืองด้วยศรัทธาที่มีต่อ “ครูบาอภิชัยขาวปี” ศิษย์เอกของครูบาศรีวิชัย ผู้เป็นที่เคารพรักของชาวล้านนา ภายในวัดประดิษฐานร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของท่านในโลงแก้ว ณ วิหารหลังใหญ่ เพื่อให้ผู้ศรัทธามาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • ทะเลหมอกและวิวพาโนรามา: ไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดคือการขึ้นสู่ “ยอดดอยผาหนาม” ซึ่งมีองค์พระธาตุสีทองคู่ตั้งสง่า ในยามเช้าที่นี่คือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นตัวอำเภอลี้และทิวเขาซับซ้อนได้แบบ 360 องศา
  • ทางขึ้นสองสไตล์: นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินขึ้นทาง บันไดนาค เพื่อทดสอบศรัทธาและความแข็งแรง หรือจะขับรถขึ้นตามทางลาดชันเพื่อความสะดวกก็ได้เช่นกัน
  • งานประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระ: ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี จะมีประเพณีสำคัญที่พุทธศาสนิกชนนับหมื่นคนจะมารวมตัวกันเพื่อเปลี่ยนผ้าครองสรีระร่างของครูบาขาวปี ถือเป็นงานใหญ่ที่สะท้อนพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :