ตกแต่งบ้านรับหน้าฝน
ช่วงหน้าฝน เป็นช่วงที่บรรยากาศแนวโทนเทา อึมครึมทำให้คนเราอาจรู้สึกไม่สดชั่น ดังนั้นเรามาเปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้สดชื่นและปลอดภัยรับหน้าฝนด้วยการเติมสีสันโทนอบอุ่นหรือเอิร์ธโทนเพื่อลดความอึมครึม เพิ่มมุมจัดเก็บร่มและเสื้อกันฝน ตรวจเช็คความปลอดภัยของระบบไฟภายนอก และดูแลจุดเสี่ยง เช่น รางน้ำฝน เพื่อเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือสภาพอากาศฉ่ำๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปรับเปลี่ยนภายในบ้าน

1. เปลี่ยนโทนสีห้อง ใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือปลอกหมอน ผ้าม่าน โทนสีสดใส เช่น สีเขียวธรรมชาติ สีส้มอิฐ หรือสีเอิร์ธโทน เพื่อช่วยให้ห้องดูสว่างและอบอุ่นขึ้นในวันที่ฟ้ามืดครึ้ม หรือคุมโทนสีอบอุ่น ปรับบรรยากาศห้องด้วยสีโทนอ่อนอย่าง สีครีม สีเบจ หรือสีไม้ธรรมชาติ ช่วยให้บ้านดูสว่างและผ่อนคลายมากขึ้นแม้ในวันที่แสงแดดน้อย
2. เปลี่ยนผ้าม่าน และเปิดหน้าต่างระบายอากาศเป็นประจำ เปลี่ยนผ้าม่านทึบแสงเนื้อหนามาเป็นผ้าม่านแบบ 2 ชั้นหรือโปร่งบางบางที่แสงส่องผ่านได้ ควรเลือกผ้าที่มีความหนาพอสมควร เพื่อช่วยกั้นความชื้นจากละอองฝนและเพิ่มความเป็นส่วนตัว ส่วนผ้าม่านชั้นที่สอง เลือกโทนสีอ่อน เช่น สีครีมหรือเทาอ่อน เพื่อกรองแสงและช่วยให้บ้านโปร่งสบายตาไม่อึดอัด นอกจากนั้น การเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศก็ชน่วยป้องกันกลิ่นอับภายในบ้านได้
3. เพิ่มมุมเก็บร่มและเสื้อกันฝน เพิ่มชั้นวางร่มสวยๆหรือราวแขวนบริเวณทางเข้าบ้าน เพื่อป้องกันน้ำฝนหยดเลอะเทอะ และช่วยให้หยิบใช้งานได้ง่าย

4. เพิ่มหรือเปลี่ยนพรมเช็ดเท้า เป็นแบบที่ซับน้ำได้ดีตรงบริเวณทางเข้า เพื่อป้องกันหยดน้ำเลอะเทอะและเป็นจุดตกแต่งเพิ่มสีสันไปในตัว พรมเช็ดเท้าควรจะมีในช่วงหน้าฝน เพราะเมื่อเรากลับจากด้านนอก บางครั้งเท้าเปียกๆของเราอาจทำให้พื้นเปียกและเราลื่นล้มจากน้ำที่หยด ดังนั้นถ้าเราถอดรองเท้าเข้าบ้านมาแล้วมีพรมเช็ดเท้าจะช่วยเลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้

5. สร้างบรรยากาศด้วยเครื่องหอม วางเครื่องหอม เทียนหอมอโรมา หรือดิฟฟิวเซอร์ กลิ่นที่เหมาะกับฤดูฝน เช่น ลาเวนเดอร์ ยูคาลิปตัสกลิ่นแนวสดชื่น (Citrus) หรือกลิ่นไม้หอมเบา ๆ (Woody) กลิ่นไม้ จะช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และยังช่วยลดกลิ่นอับชื้นที่มักเกิดในหน้าฝนได้อีกด้วย

6. ใช้ต้นไม้สีเขียวฟอกอากาศขนาดเล็กมาวางประดับภายในบ้าน เช่น มอนสเตอร่า ลิ้นมังกร หรือเดหลี ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสดชื่น แต่ต้นไม้ในบ้านยังช่วยดูดซับความชื้น ลดการสะสมของเชื้อราและทำให้อากาศบริสุทธิ์ด้วย นอกจากนั้นการวางต้นไม้ที่ห้องต่างๆในบ้านหรือมุมที่ได้รับแสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยเติมชีวิตชีวาและลดความอึมครึมของบรรยากาศในช่วงหน้าฝน
7. เพิ่มแสงไฟโทนอุ่น (Warm White) ในวันฝนตกที่บรรยากาศมักจะมืดทึบ การเปิดโคมไฟสีส้มเหลืองนวล หรือเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟโทนสีเหลืองนวล (Warm White) แทนแสงสีขาวจะช่วยเพิ่มความอบอุ่น ผ่อนคลาย น่าอยู่ และน่าพักผ่อนมากยิ่งขึ้น
การดูแลพื้นที่รอบบ้านและป้องกันความชื้น

8. ตรวจสอบโคมไฟสนาม ปลั๊กไฟกลางแจ้ง และสวิตช์ไฟว่ามีฝาครอบกันน้ำปิดสนิทหรือไม่ เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่ว
9. ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สามารถโดนฝนได้เข้าในที่ร่ม บางบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ หรือไม้อัด รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่อยู่นอกบ้านควรขนย้ายเข้าบ้านเพื่อป้องกันความเสียหาย
10. ตัดกิ่งไม้ใหญ่ที่อาจพาดโดนหลังคาหรือสายไฟ เพื่อป้องกันความเสียหายจากพายุฝน ป้องกันปัญหากิ่งไม้หักโค่นทับตัวบ้านหรือทำลายระบบสายไฟช่วงฝนตกหนัก ตัดกิ่งไม้ใหญ่ที่อาจพาดโดนหลังคาหรือสายไฟ เพื่อป้องกันความเสียหายจากพายุฝน
11. เคลียร์ท่อและรางน้ำฝน หมั่นทำความสะอาดนำใบไม้และสิ่งสกปรกที่อุดตันในรางระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำฝนล้นทะลักและไหลย้อนเข้าฝ้าเพดานเข้าสู่ตัวบ้าน
12. กันสาดและพื้นที่นอกบ้าน ต่อเติมชายคาหรือกันสาดเพื่อกันฝนสาด และปูกระเบื้องกันลื่นบริเวณระเบียงเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
13. ขัดพื้นทำความสะอาด ตะไคร่ คราบสกปรกต่าง ๆ รอบบ้าน ป้องกันการลื่นล้ม สำหรับบ้านที่ไม่มีกันสาด หรือมีพื้นที่เป็นซีเมนต์ที่เกิดการสะสมของตะไคร่ที่อาจทำให้คนในบ้านลื่นล้มและเกิดอันตราย โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ สิ่งหนึ่งที่ควรทำช่วงหน้าฝนคือ การทำความสะอาดตะไคร่และสิ่งสกปรกเหล่านี้ ทั้งการใช้แปรงเหล็กหรือแปรงทองเหลืองขัด หรือปัจจุบันมีอุปกรณ์แรงดันน้ำสูง ฉีดล้างทำความสะอาดได้





