Grande Centre Point Voyage Pattaya | The Borderless Journey

ถ้าการไปพัทยาครั้งต่อไปไม่จำเป็นต้องมีเช็กลิสต์ว่าต้องไปกี่ที่ แต่อยากใช้เวลาอยู่กับคนที่เดินทางมาด้วยกันให้มากขึ้น Grande Centre Point Voyage Pattaya อาจเป็นอีกหนึ่งที่พักที่น่าจับตามอง ภายใต้แนวคิด“The Borderless Journey”

Grande Centre Point Voyage Pattaya จึงถูกออกแบบให้เป็น Destinational Resort หรือจุดหมายปลายทางที่รวม การพักผ่อน ความบันเทิง และประสบการณ์สำหรับทุกเจเนอเรชัน ไว้ในสถานที่เดียว ตั้งแต่เด็กเล็ก วัยรุ่น พ่อแม่ ไปจนถึงผู้ใหญ่และผู้สูงวัย ทุกคนสามารถมี “Journey” ในแบบของตัวเอง และในขณะเดียวกันก็สามารถแบ่งปันช่วงเวลาร่วมกันได้ เพราะบางครั้ง จุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่สถานที่ที่เราไปได้มากที่สุด แต่คือสถานที่ที่ทำให้ คนที่เดินทางมาด้วยกันมีเรื่องราวให้จดจำร่วมกันมากที่สุด

ห้องพักวิวทะเลทุกห้อง จุดขายที่สายพักผ่อนต้องหลงรัก

หนึ่งในไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สุดของ Grande Centre Point Voyage Pattaya คือห้องพักและห้องสวีทจำนวน 494 ห้อง ซึ่งทุกห้องมี วิวทะเล ระเบียงส่วนตัว และประตูกระจกสูงจรดเพดาน โดยห้องเริ่มต้นมีพื้นที่ถึง 50 ตารางเมตร พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในห้องพัก

สำหรับคู่รักหรือเพื่อนที่เดินทาง 2 คน Voyage Signature ขนาด 50 ตารางเมตร ถือเป็นตัวเลือกที่กำลังพอดี มีพื้นที่ให้พักผ่อนแบบไม่อึดอัด พร้อมห้องน้ำที่แยกฝักบัวและอ่างอาบน้ำ รวมถึงวิวทะเลที่สามารถนั่งมองได้จากห้องพัก

แต่ถ้าอยากเพิ่มระดับความสบายขึ้นไปอีก Voyage Panoramic Suite ขนาด 90 ตารางเมตร จะให้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกกันพร้อมอ่างจากุซซี่ ที่มองเห็นวิวทะเล และพื้นที่รับประทานอาหารสำหรับ 4 คนเหมาะกับคนที่ตั้งใจมาพักแบบเต็มที่และอยากใช้เวลาอยู่ในห้องนานกว่าปกติ

ส่วนครอบครัวที่เดินทางกันหลายคน สามารถเลือก Voyage Family Suite ขนาด 110 ตารางเมตร รองรับผู้ใหญ่ 4 คนและเด็ก 2 คน พร้อมห้องน้ำ 2 ห้อง ช่วยให้การเข้าพักของครอบครัวหลายคนสะดวกขึ้น

และสำหรับแก๊งใหญ่ที่ต้องการพื้นที่แบบจัดเต็ม Voyage Panoramic Suite Connect ขนาด 140 ตารางเมตร รองรับผู้ใหญ่ 4 คนและเด็ก 2 คน พร้อม 2 ห้องน้ำและจากุซซี่ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการมาพักผ่อนพร้อมกันหลายคน โดยยังมีพื้นที่ส่วนตัวให้แต่ละคนได้พักแบบไม่รู้สึกแน่นเกินไป

Time Traveller Water Park สวนน้ำกว่า 20,000 ตารางเมตร

ไฮไลท์หลักอีกอย่างของที่นี่ คือTime Traveller Water Park สวนน้ำขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตร ที่พาผู้เข้าพักเดินทางผ่านสองโลก ได้แก่ Lost World และ Tomorrow Land

ภายในมี 6 สระ 6 สไลเดอร์ และ 5 ถ้ำ พร้อม Wave Pool, Crazy River, Kids Pool, Lazy River และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายรูปแบบ โดยเปิดให้บริการทุกวัน 09.00–18.00 น. และสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เข้าพักของโรงแรม

หนึ่งในพื้นที่ที่น่าสนใจคือ Time Tunnel ทางเชื่อมระหว่างโลกต่าง ๆ ภายใน Water Park ซึ่งช่วยให้คอนเซปต์ “การเดินทางข้ามเวลา” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตกแต่ง แต่ถูกนำมาใช้กับประสบการณ์ของพื้นที่จริง

สำหรับครอบครัว พื้นที่อย่าง Kids Pool และ Lazy River เหมาะกับการใช้เวลาร่วมกันมากกว่าการเน้นเฉพาะเครื่องเล่นหวาดเสียว ขณะที่คนที่ชอบความตื่นเต้นก็มีสไลเดอร์และกิจกรรมอีกหลายรูปแบบให้เลือก

ไม่เล่นน้ำก็สนุกได้: กิจกรรมสำหรับทุกวัย

สิ่งที่ทำให้ Voyage แตกต่างจากโรงแรมที่เน้น Water Park เพียงอย่างเดียว คือที่นี่มีพื้นที่สำหรับคนที่อยากทำกิจกรรมในรูปแบบอื่นด้วย

เด็ก ๆ สามารถใช้เวลาใน Rainbow Ville Kids Club ขนาด 452 ตารางเมตร ที่ออกแบบมาให้เด็ก ๆ ได้เล่น สนุก และเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในบรรยากาศที่สดใส

ขณะที่วัยรุ่นและกลุ่มเพื่อนสามารถไปต่อที่ Midnight Nebula Games Room เป็น Games Arena ธีมกาแล็กซีขนาด 838 ตารางเมตร ที่ออกแบบมาให้ทั้งวัยรุ่น กลุ่มเพื่อน และผู้ใหญ่สามารถเข้ามาใช้เวลาร่วมกันได้ ตั้งแต่เกม Arcade ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับ Voyage, Racing Simulator ที่ให้ลองขับเสมือนจริงด้วย Gran Turismo 7, PlayStation 5, Air Hockey, Pinball, Electronic Darts, Foosball, Pool ไปจนถึง Basketball Shooting แต่ละกิจกรรมมีตั้งแต่เล่นฆ่าเวลาไปจนถึงแข่งกันจริงจัง จึงเหมาะมากสำหรับแก๊งเพื่อนหรือครอบครัวที่อยากเปลี่ยนจากการเล่นน้ำมาเป็นกิจกรรมในร่ม และที่สำคัญคือทำให้ช่วงเวลาที่ทุกคนไม่ได้ทำกิจกรรมเดียวกัน ยังมีพื้นที่ให้กลับมาเจอกัน เล่นด้วยกัน และสร้างโมเมนต์สนุก ๆ ร่วมกันได้อีกครั้ง โดย Midnight Nebula อยู่ที่ชั้น L เปิดให้บริการทุกวัน 10.00–20.00 น.

คนที่อยากออกกำลังกายสามารถใช้พื้นที่ Crimson Canyon Fitness ขนาด 1,445 ตารางเมตร ที่ครบทั้งโซนออกกำลังกายและพื้นที่ผ่อนคลาย พร้อม Steam, Sauna, Jacuzzi และ Rock Climbing Wall จึงเหมาะทั้งคนที่อยากรักษา Routine ระหว่างทริปและคนที่อยากใช้เวลาพักผ่อนแบบ Active Stay โดยไม่ต้องออกไปใช้บริการข้างนอกโรงแรม

ส่วนสายกิจกรรมที่อยากเพิ่มความเร็วสามารถไปที่ Voyage Circuit Electric Go-Kart สนามโกคาร์ตไฟฟ้าที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ลองประลองความเร็วและแข่งขันกันแบบสนุก ๆ เหมาะทั้งกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่อยากเพิ่มกิจกรรมตื่นเต้นให้ทริป โดยไม่ต้องออกจากรีสอร์ต เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างโมเมนต์ร่วมกันและทำให้การพักที่นี่มีสีสันมากกว่าการพักผ่อนริมสระเพียงอย่างเดียว

และหากอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นความบันเทิงแบบนั่งชม ก็มี The Sand Theatre ซึ่งรองรับ 42 ที่นั่ง นำเสนอ “The Guardians of Xentier ” เรื่องราวของ Gurardians ตัวการ์ตูนมาสคอตทั้ง 12 แบบ

เหรียญ token ที่ได้รับตอนเช็กอิน สามารถนำไปร่วมสนุกด้วยการนำ token ไปหยอดคีบตุ๊กตาตามตู้ที่วางอยู่จุดต่างๆของโรงแรม หรือจะมาแลกของที่ระลึกและสินค้าเอ็กคลูซีฟตัวการ์ตูนมาสคอตทั้ง 12 แบบ ที่ Mastard Shop สินค้าเหล่านี้มีจำหน่ายเฉพาะที่โรงแรมเท่านั้น

9 คอนเซปต์อาหารและเครื่องดื่มในรีสอร์ตเดียว

อีกเหตุผลที่ทำให้การพักแบบไม่ออกจากโรงแรมเป็นไปได้ง่ายขึ้นคือเรื่องอาหาร Grande Centre Point Voyage Pattaya มีร้านอาหารและเครื่องดื่ม 9 คอนเซปต์ ตั้งแต่ International Buffet, Brunch, Café ไปจนถึง Cantonese & Seafood และ Rooftop Dining

เริ่มต้นเช้าด้วย Wooden Bistro ห้องอาหารนานาชาติที่มี Live Stations และสามารถเชื่อมต่อออกไปยังพื้นที่ Time Traveller Water Park และ Voyage Beach ได้โดยตรง

ช่วงกลางวันสามารถเปลี่ยนบรรยากาศไปที่ห้องอาหาร Brooks Brunch & Bar ซึ่งเสิร์ฟ All-Day Brunch

หรือใช้เวลามื้อบ่ายที่ White Oasis Café จิบกาแฟคุณภาพดี ลองมัทฉะ หรือใช้เวลาชิลกับ Afternoon Tea

ส่วนบริเวณสวนน้ำก็มีตัวเลือกให้เติมพลังระหว่างสนุกกับกิจกรรมในสวนน้ำ ช่วยให้ไม่ต้องออกจากพื้นที่ได้ง่ายๆ ทั้งที่The Loop Café เป็นคาเฟ่ภายในโซน Time Traveller Water Park

Amber Cave ร้านอาหารไทยที่หยิบธีมโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์มาใช้

เปลี่ยนบรรยากาศจากโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์ของ Amber Cave มาสู่โลกอนาคตที่ Silver Dome ห้องอาหารธีม Sci-Fi ในโซน Tomorrow Land ที่ผสานดีไซน์มินิมอลเข้ากับการนำเสนออาหารที่ดูทันสมัย และมีพื้นที่รับประทานอาหารที่มองเห็นสระ Fun Pool และ Multi-purpose Pool

สำหรับมื้อที่อยากจริงจังขึ้นมาอีกระดับ มี Chef Man Seafood ซึ่งนำเสนออาหาร Cantonese & Seafood ระดับพรีเมีย และเป็นคอนเซปต์ของ Chef Man ที่เข้ามาเปิดตัวในพัทยาเป็นครั้งแรก

ดังนั้น ต่อให้ตั้งใจ “ไม่ออกจากโรงแรม” ก็ยังสามารถเปลี่ยนร้าน เปลี่ยนบรรยากาศ และเปลี่ยนเมนูได้ตลอดทั้งวัน และการมีร้านอาหารหลายรูปแบบจึงช่วยให้การพักหลายคืนมีความหลากหลายขึ้น และลดความรู้สึกว่าการพักอยู่ในรีสอร์ตเป็นเวลานานจะจำเจ

Sunset ที่ชั้น 33: เปลี่ยนจากวันแห่งความสนุกเป็นค่ำคืนแห่งการพักผ่อน

อีกหนึ่งพื้นที่ไม่ควรพลาดหากมาที่นี่ คือชั้น 33

The Portrait of Voyage Sky Bar เป็น Rooftop Bar แบบเปิดโล่ง มองเห็นทั้งทะเลและเส้นขอบฟ้าพัทยา เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.30 น. ถึงเที่ยงคืน

ช่วงเย็นจึงเหมาะกับการขึ้นมาดู Sunset ก่อนเปลี่ยนเข้าสู่บรรยากาศค่ำคืน

ขณะที่ Blue Atlantis Rooftop Restaurant อยู่บนชั้นเดียวกัน นำเสนออาหารนานาชาติร่วมสมัยที่ผสมแรงบันดาลใจจากอาหารไทย พร้อมวิวทะเลแบบพาโนรามา และยังมีบริการอาหารเช้าตั้งแต่ 06.00–10.30 น.

เช้าวันถัดไปจึงไม่จำเป็นต้องรีบออกไปหาร้านอาหารด้านนอก เพราะสามารถเริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าพร้อมวิวทะเลจากบน Rooftop ได้เลย

มากกว่าที่พัก ยังเป็นจุดหมายสำหรับงานประชุมและอีเวนต์

นอกจากการพักผ่อนสำหรับคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนแล้ว Grande Centre Point Voyage Pattaya ยังมี Meeting & Event Spaces รวม 15 venues ตั้งแต่ห้องประชุมขนาดเล็กสำหรับ Executive Meeting ไปจนถึง Halo Hall Grand Ballroom แบบไม่มีเสากลาง ขนาด 1,281 ตารางเมตร ซึ่งสามารถรองรับการจัดงานขนาดใหญ่ได้สูงสุด 1,596 ที่นั่งในรูปแบบ Theatre

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อย่าง Halo 1–3, Boardrooms, The Sand Theatre, Halo Business Lounge, Halo Foyer และ Time Traveller Terrace สำหรับรองรับงานสัมมนา Workshop, Training, Product Launch, Gala Dinner, Corporate Event และ Team Building ในหลากหลายรูปแบบ โดยมีทีมงานและอุปกรณ์ด้านภาพและเสียงสำหรับช่วยดูแลการจัดงานแบบครบวงจร พร้อมลิฟต์ขนส่งรถยนต์ที่นำรถเข้าสู่ห้องบอลรูมได้โดยตรง

จุดเด่นจึงไม่ได้อยู่เพียงการมีห้องประชุมขนาดใหญ่ แต่คือการสามารถต่อยอดช่วงเวลาหลังประชุมไปสู่กิจกรรมและประสบการณ์ภายในรีสอร์ตได้ ตั้งแต่ Water Park, Electric Go-Kart ไปจนถึงร้านอาหารและ Rooftop ทำให้ Voyage เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนการสัมมนาหรือ Team Building ให้กลายเป็นประสบการณ์ร่วมกันของทั้งทีม

หากทริปพัทยาครั้งต่อไปของคุณคือการ “ชาร์จแบตให้ตัวเองอย่างแท้จริง” โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการวางแผนเดินทาง เรียกได้ว่า Grande Centre Point Voyage Pattaya โรงแรมพัทยาเปิดใหม่ย่านนาเกลือ ภายใต้แนวคิด The Borderless Journey แห่งนี้ ได้รวมวิวทะเล สวนน้ำ กิจกรรม อาหาร และประสบการณ์สำหรับทุกเจเนอเรชัน เหมาะทั้ง Weekend Getaway และ Long Stay อย่างแท้จริง

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา Grande Centre Point Voyage Pattaya

  • ทำเล: นาเกลือ พัทยา
  • ที่อยู่ เลขที่ 808, 908 หมู่ 5 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150
    Tel: +66 33 268 188
    Email: voyage@gcphotels.com
  • เว็บไซด์ https://voyagepattaya.com/th/
  • กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ: 1 ตุลาคม 2569 (2026)
  • จำนวนห้องพักและห้องสวีท: 494 ห้อง
  • จุดเด่น: วิวทะเลทุกห้อง
  • ขนาดห้องเริ่มต้น: 50 ตารางเมตร
  • Time Traveller Water Park: กว่า 20,000 ตารางเมตร
  • เวลาเปิด Water Park: 09.00–18.00 น.
  • สิทธิ์เข้า Water Park: สำหรับผู้เข้าพักของโรงแรม
  • Kids Club: Rainbow Ville Kids Club
  • Games Room: Midnight Nebula Games Room
  • Fitness: Crimson Canyon Fitness ขนาด 1,445 ตารางเมตร พร้อม Steam, Sauna, Jacuzzi และ Rock Climbing Wall
  • กิจกรรม: Voyage Circuit Electric Go-Kart และ The Sand Theatre
  • Rooftop: The Portrait of Voyage Sky Bar และ Blue Atlantis Rooftop Restaurant ชั้น 33
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม: 9 คอนเซปต์
  • เหมาะสำหรับ: คู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักเดินทางหลายเจเนอเรชัน
  • รูปแบบทริป: Staycation, Weekend Getaway และ Long Stay

หมายเหตุ: ข้อมูลเวลาเปิดให้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวก กฎการใช้ Water Park และรายละเอียดห้องพักอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับโรงแรมอีกครั้งก่อนเดินทาง