Coro Harvest สดจากแปลงผัก

Coro Harvest  สดจากแปลงผัก

story & photo by หมูหวานชวนชิม

เป็นความรู้สึกที่ดีเมื่อเราได้รับประทานอาหารดีๆ ปรุงโดยใช้วัตถุดิบที่สดจากฟาร์ม ชนิดเจ้าของฟาร์มปลูกผักเองเสิร์ฟในร้านอาหารของตัวเอง Coro Harvest  เกิดจากความตั้งใจของสองพี่น้อง คือคุณมิตรดนัย สถาวรมณี และ คุณ พันดนัย สถาวรมณี ซึ่งต้องการนำส่งวัตถุดิบคุณภาพดีจากฟาร์มของตนเองให้กับคนเมืองได้รับประทานผ่านเมนูอาหารหลากหลาย มีคุณภาพ และรวดเร็ว ภายใต้คอนเซ็ปต์ Everyday Farm Food

Coro Harvest 3.
มีวัตถุดิบหลัก 4 ชนิดก็คือ “โทมิเมลอน” เป็นเมลอนสายพันธุ์ญี่ปุ่นจากฮอกไกโด มะเขือเทศเชอร์รี่ 3 สี ก็คือ แดง เหลือง ส้ม เป็นสายพันธุ์จากญี่ปุ่น และฮอลแลนด์ ผักสลัด มี 4 อย่างก็คือ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค กรีนซาลาโนวา และเรดซาราโนวา และมันม่วงหวาน

Coro Harvest 4.
สไตล์การตกแต่งร้าน Coro Harvest  มีกลิ่นอายความเป็นฟาร์มนิดๆ จำลองบางส่วนจากฟาร์ม Coro Field มาประยุกต์ให้เข้ากัน อาทิเช่นนำโครงเหล็กที่ใช้เพาะปลูกในโซนโคโลการ์เดนท์มาตกแต่งโดยรอบ เน้นโทนสีน้ำตาลที่บ่งบอกถึงความเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวของต้นไม้ตามมุมต่างๆของร้านให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตา และรู้สึกผ่อนคลาย
ภายในร้านแบ่งเป็น 4 โซนด้วยกันก็คือ โซนร้านอาหาร บริการอาหารคาว หววาน และเครื่องดื่ม ที่มีหลากหลายกว่า 100 เมนู  โซน Takeaway Bar เคาน์เตอร์สำหรับสั่งเครื่องดื่ม สมูธตี้ ไอศกรีม และเบเกอรี่ที่ใช้ผลผลิตจากฟาร์ม สำหรับผู้ที่เร่งรีบไม่มีเวลานั่งทานที่ร้าน โซน3 Grab Station บริการสลัดกล่องพร้อมทาน กล่องอาหารเบ็นโตะ  ผลไม้สกัดเย็น 100 เปอร์เซ็นต์ สะดวกหยิบในช่วงพักเที่ยง ช่วงเวลาเร่งรีบ สั่งสำหรับงานประชุม หรือนำกลับไปรับประทานที่บ้าน โซน 4 Fresh Market จำหน่ายผลผลิตสดจากฟาร์ม มีทั้งเมลอนฮอกไกโด มะเขือเทศเชอรี่สายพันธุ์ฮอลแลนด์ ผักสลัดปลูกด้วยน้ำแร่ และมันม่วงหวาน ผลิตภัณฑ์แปรรูปของฟาร์มเช่น แยมโทมิเมลอน น้ำสลัดเมลอนเซซามิ ซอสแมงโก้มาโย ซอสทาร์ทา เป็นต้น รวมถึงผลผลิตของชุมชนเกษตรกรจากทั่วประเทศ จากแหล่งวัตถุดิบจริงๆ ราคาไม่แพง

 

Coro Harvest 2.
หมูหวานประทับใจเมนู ยำมะเขือเทศ เชฟนำมะเขือเทศที่เก็บเกี่ยวมาฝานคลุกน้ำยำรสจัดจ้านสไตล์ไทย เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดนิดหน่อย เข้ากันได้ดีกับความหวานอมเปรี้ยวของมะเขือเทศ ไม่มีกลิ่นมะเขือเทศอย่างที่บางคนไม่ชอบ เสิร์ฟมากับขนมปังมันม่วงกรอบ และผักสลัด ถือว่าเป็นอาหารจานสุขภาพดีจานหนึ่งเลยทีเดียว

Coro Harvest 1.
เมลอนคัตสึโอะ เป็นการผสมผสานระหว่างของคาวกับของหวานโดยเชฟจะนำผลเมลอนสายพันธุ์ญี่ปุ่นราดด้วยซอสพอนสึ  และซอสบัลซามิกรสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน แล้วโรยปลาคัตสึโอะแห้งเพิ่มความหอมให้กับตัวเมนอล  จานนี้เชฟได้แรงบันดาลใจจากปลาแห้งแตงโมของไทย

Coro Harvest 6.
อีกเมนูที่หมูหวานชื่นชอบก็คือ มันม่วงทอด ซอส 3 ฤดู เป็นมันม่วงรสหวานธรรมชาติ ชุบแป้งแห้งทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ปรุงรสด้วยยเกลือและผงปาปริก้า เสิร์ฟมากับซอส 3 ชนิด ก็คือ “ซอสมะม่วงมาโย” ใช้มะม่วงมหาชนกสุกล้วนๆทำเป็นซอส ผสมกับมายองเนส เวลาทานแล้วจะรู้สึกสดชื่น “ซอสสไปซี่มาโย” จะมีรสเผ็ดจากผงปาปริก้าและหอมกลิ่นน้ำมันงา มีความเป็นจีนผสานญี่ปุ่น  สุดท้ายเป็น “ทาร์ทาซอส” รับประทานกับมันม่วงทอดแล้วเข้ากันมากๆ อาหารร้านนี้มีกิมมิกคือ แต่ละจานจะมีมะเขือเทศที่มีขั้วประดับอยู่ บ่งบอกถึงความสด ของวัตถุดิบ เพราะมะเขือเทศเมื่อเก็บจากต้นภายใน 3 วันขั้วจะเปลี่ยนสีแล้วหลุดทันที

Coro Harvest 5.

ใครชอบปูนิ่มขอแนะนำ ข้าวปูนิ่มพริกเกลือ  เชฟผัดพริกขี้หนูซอยกับกระเทียมกับน้ำมัน ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย น้ำปลา น้ำตาล รสชาติแบบไทยๆ เสิร์ฟกับปูนิ่มคลุกแป้งแห้งนิดหน่อยทอดจนกรอบนอกนุ่มใน จานนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเมนูขายดี

Coro Harvest 8.

ตบท้ายด้วยขนมหวาน เต้าฮวยโฮมเมดมันม่วง มีเกล็ดน้ำแข็งปุยคล้ายบิงซูของเกาหลี  เวลาทานราดด้วยยซอสน้ำตาลทรายแดง ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ส่วนเต้าฮวยโฮมเมดนั้นทำใหม่ทุกวัน  ท็อปปิ้งด้วยมันม่วงเชื่อม เม็ดบุก  และโมจิมันม่วง  มันม่วงหวานลาวา เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมเมลอนโยเกิร์ต หรือจะเปลี่ยนเป็น ไอศกรีมมันม่วง ก็ได้

Coro Harvest 7.
ร้านนี้เป็นอาหารสไตล์ฟิวชั่นผสมกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเช่นคาโบนาร่าไข่ออนเซ็น ที่ทำจากสปาเก็ตตีโฮมเมดจากโทมิเมลอนจากฟาร์ม สมูทตี้เมลอนที่ผสมครีมชีส คราวหน้าหมูหวานจะมาชิม ข้าวกะเพราไก่คาราเกะ ผัดไทย สปาเก็ตตี ล้วนน่าสนใจเป็นยิ่งนัก
Coro Harvest  อยู่ที่ชั้น G เอสพละนาดรัชดา ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. (รับออเดอร์สุดท้ายเวลา 21.30 น.) โทร. 02-660-9341 และ 098-259-9313  www.facebook/coroharvest

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0