Sapporo สดใสเริงร่าท้าลมหนาว

Sapporo สดใสเริงร่าท้าลมหนาว

Story & Photo by Cold River

 

Hokkaido Sapporo 4783

เมืองแรกที่พลาดไม่ได้ เมื่อมาฮอกไกโด ส่วนหนึ่งเพราะเป็นจุดลงเครื่องบินหลักของเกาะแห่งนี้โดยเฉพาะเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ น่าจะง่าย รวมทั้งราคาเป็นมิตรมากกว่าจะเลือกเมืองอื่นๆ ของเกาะ อีกทั้งเมืองนี้เป็นเมืองหลักและใหญ่ที่สุด โดยมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านคน หรือเกือบๆ ครึ่งหนึ่งของคนทั้งหมดในฮอกไกโด จัดว่าใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ รองจากโตเกียว โอซาก้า และโยโกฮาม่า แต่ด้วยความเป็นเมืองที่มีอายุร้อยกว่าปี ถือว่าใหม่มากเมื่อเทียบกับอีก 4 เมืองนั้น ทำให้ความสับสนวุ่นวายน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งผังเมืองที่ถูกออกแบบมาอย่างดีด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เมืองนี้มีความเป็นระเบียบ สวยงาม และน่าเยี่ยมชม สถานที่ท่องเที่ยวก็หลากหลาย

Hokkaido Sapporo 7731

โดยเฉพาะความสุข ความสนุกเมื่อครั้งวัยเยาว์ ผมเชื่อว่าแทบทุกคนล้วนเติบโตและผูกพันมากับการ์ตูนเรื่องโดราเอมอน เรื่องราวหลักๆ ทุกคน คงคุ้นเคยอยู่แล้วกับโนบิตะ เด็ก ป. 4 ที่แสนขี้เกียจ ชอบนอนกลางวัน เก่งอยู่อย่างเดียวคือเกมส์พันด้าย ได้ 0 คะแนนเวลาสอบทุกครั้ง ที่สำคัญมักถูกเพื่อนๆ แกล้ง หรืออีกนัยหนึ่งก็หาเรื่องเองทั้งนั้น จนกระทั่งมีโดราเอมอนแมวหุ่นยนต์จากอนาคตมาช่วยเหลือด้วยของวิเศษ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความสนุก ให้กับเด็กๆ ทั่วโลกมาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการเป็นหนังสือการ์ตูน ที่วาดโดยนักวาด 2 คนที่รวมตัวเป็นนามปากกาว่า ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ โดยแรงบันดาลใจของเรื่องนี้ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนนักเขียนทั้ง 2 ประกาศว่าจะมีการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ตัวละครจะออกมาจากลิ้นชัก แต่ความจริงตอนนั้นยังไม่มีไอเดียถึงรายละเอียด อื่นใดเลย เมื่อใกล้เวลาส่งต้นฉบับจึงเป็นช่วงเวลากดดันที่ต้องใช้ความคิดอย่างหนัก

Hokkaido Sapporo 8850

แต่ผ่านไปจนค่อนคืนก็ยังคิดไม่ออกจนกระทั่งเผลอหลับไป มาสะดุ้งตื่นยามรุ่งเช้า ด้วยความรีบวิ่งลงบันไดดันไปสะดุดกับตุ๊กตาล้มลุกของลูกสาวที่ตกอยู่ที่พื้นประกอบกับความคุ้นเคยแมวจรจัดที่มักหลงเข้ามาเล่นในบ้านเป็นประจำ 2 สิ่งรวมกันจนกลายเป็นจุดกำเนิดของโดราเอมอน และเริ่มพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่น ช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 1970 จนกลายเป็นขวัญใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สถานที่แรก ที่แนะนำให้แวะชมคือ “พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน” ที่สำคัญสถานที่ตั้งยังรอต้อนรับตั้งแต่ลงเครื่องเลยทีเดียวเพราะอยู่ที่สนามบินชิโตเสะนั่นเอง ภายในจะมีดีสเพลย์รูปตัวละครหลัก ภาพวาดฉากต่างๆ รวมทั้งเกมส์สนุกที่เหมือนเรียกความทรงจำอันสดใสวัยเยาว์ของคู่รักได้แชร์ความรู้สึกนั้นร่วมกัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เป็นหนึ่งในปัจจัยให้ความรัก เพิ่มความหวานลงไปอย่างได้ผลเลยทีเดียว

Hokkaido Sapporo 8536

เมื่อพูดถึงความหวานก็นึกถึงขนม Shiroi Koibito คุ้กกี้ไส้ไวท์ช็อกโกแลตอันเลื่องชื่อ ที่เคล็ดลับความอร่อยคือนมโคคุณภาพดีของฮอกไกโด รสชาติจึงกลมกล่อมและนุ่มละมุนจนมีหลายๆ คนติดใจความอร่อย โอกาสดีที่มาเยือนซับโปโร เพราะจะทำให้ได้เยือนสถานที่ผลิตขนม Ishiya Chocolate Factory รวมทั้งกิจกรรมมากมายที่อยู่ภายใน อีกทั้งสถานที่ยังมีความสวยสดงดงามเหมาะกับการถ่ายรูปคู่สวยๆ เพื่อบันทึกความทรงจำได้เป็นอย่างดี สถานที่ตั้งออกจากศูนย์กลางของเมืองไปไม่มาก สามารถนั่งรถไฟใต้ดินและเดินต่ออีกหน่อย

Hokkaido Sapporo 8322

ยิ่งช่วงหน้าหนาวพื้นดินแทบทั้งหมดปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ยามมองภาพโรงงานช็อกโกแลตที่เป็นอาคารก่ออิฐสีน้ำตาลจากมุมไกลๆ เป็นภาพชวนฝันกระตุ้นให้พลังในการเดินฝ่าความหนาวเพื่อให้ถึงที่หมาย

Hokkaido Sapporo 8385

เมื่อเข้าสู่บริเวณด้านในมีโซนนั่งเล่น ร้านอาหาร และอุปกรณ์ตกแต่งต้อนรับหิมะอย่างสวยงาม แม้อากาศจะหนาวแต่ได้แวะถ่ายรูปกับสิ่งเหล่านี้สร้างความรู้สึกมหัศจรรย์และดูเด็กลงไปเยอะเลย จากนั้นเดินเข้าไปรับความอุ่นจากบริเวณพิพิธภัณฑ์ด้านในที่ใส่ใจในรายละเอียด มีการจัดแสดงส่วนต่างๆ ทั้งประวัติของช็อคโกแลต ทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้รวมทั้งซุ้มของเล่นในบรรยากาศของปราสาทอันงดงามดุจเทพนิยาย

Hokkaido Sapporo 8409

จนกระทั่งมาถึงส่วนไฮไลต์ของที่นี่ นั่นคือมองผ่านกระจกลงไปเห็นกระบวนการผลิตของพนักงานที่ขมีขมันตั้งใจทำเพื่อให้ได้เป็นขนมคุณภาพและรสชาติถูกอกถูกใจจากผู้ชิมทุกคน สามารถมองดูแล้วเพลินตาเพลินใจจริงๆ ก่อนออกจากโรงงานมีร้านขายเครื่องดื่มและขนมมากมายหลายชนิด ล้วนแล้วแต่หน้าตาหน้ากินกระตุ้นความหิวได้เป็นอย่างดี

Hokkaido Sapporo 8455

ยิ่งถ้าได้ที่นั่งติดกระจกนั่งจิบช็อกโกแลตร้อนๆ กับขนมรสอร่อย นั่งปล่อยอารมณ์กับหิมะสีขาวสะอาดที่ร่วงหล่นจากฟ้ากัน 2 คน มันเป็นภาพที่โรแมนติกติดตาตรึงใจแน่นอน

Hokkaido Sapporo 4849

ปิดท้ายการเที่ยวซับโปโรด้วยการไปชิมของอร่อยของที่นี่ นั่นคือราเม็งสูตรพิเศษของฮอกไกโดที่ตรอกราเมน (Ramen Alley) หรือ ราเมน โยโกโชะ (Ramen Yokocho) ที่ 2 ข้างทางในตรอกเล็กๆ แคบๆ เป็นที่ตั้งที่รวมตัวของร้านราเมนที่อร่อยที่สุดในซับโปโร โดยแต่ละร้านจะมีสูตรและเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยภาพราเม็งชามอร่อยที่ปรากฎอยู่หน้าร้านทำให้เลือกชิมได้โดยง่าย ยิ่งบรรยากาศในร้านทั้งหมดที่เล็กแต่อบอุ่นมีพ่อครัวยืนยิ้มคอยต้อนรับอย่างหน้าชื่นตาบาน ที่อยากแนะนำให้ชิมคือราเมนที่โปะมาด้วยหอบเชลล์ตัวโต รสชาติน้ำซุปหอมอร่อยท่ามกลางอากาศหนาวนี่ความอร่อยยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลย

 

เรื่องน่ารู้ก่อนไป
• การเดินทางสู่ฮอกไกโดจากกรุงเทพฯ ที่สะดวกที่สุดคือลงที่สนามบิน Chitose ของเมืองซับโปโร หากบินตรงจากกรุงเทพฯ มีบริการโดยสายการบินการบินไทย แต่นอกจากนั้นมีอีกหลายสายการบินแต่ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องตามเมืองแต่ละสายการบิน
• ช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 5 – 7 องศาเซลเซียส (อาจมีบางคราวอุณหภมิอาจติดลบได้) ส่วนใหญ่มักมีหิมะตกหนักเบาแล้วแต่ช่วงเวลา
• หากวางแผนการเดินทางด้วยรถไฟ มีตั๋วสุดคุ้ม JR Hokkaido Rail Pass นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั่งได้ไม่จำกัดเที่ยว สำหรับ 3 วัน 15,430 เยน / 5 วัน 20,060 เยน / 7 วัน 22,630 เยน และ 4 วัน (ไม่ต้องติดต่อกัน) ราคา 20,060 เยน
• การเดินทางที่สะดวกไป Toyako ที่สุดคือโดยสารรถไฟสายสีน้ำเงิน Sapporo – Hagashi – Muroran – Hakodate ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที จาก Sapporo / 1 ชั่วโมง จากสนามบินชิโตเสะ / 1 ชั่วโมง 30 นาที จากฮาโกดาเตะ
• หากจองที่พักไว้ที่ริมทะเลสาบ Toya ต้องต่อบัสหรือแท็กซี่ไปยังทะเลสาบ แต่กรณี มีรถของโรงแรมมารับจำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าทางอีเมลให้เรียบร้อยก่อนการเดินทาง
• การเดินทางไปฮาโกดาเตะหากเริ่มต้นจาก Sapporo ใช้รถไฟ JR สะดวกที่สุด ด้วยเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
• วิวพันล้าน ชื่อนี้ได้พราะสวยจริง ยืนยันได้ด้วยเสียงหนักแน่นตั้งแต่กระเช้าไต่ระดับสูงขึ้น มองลงมายังเบื้องล่าง เห็นภาพเมืองฮาโกดาเตะทั้งเมืองที่มีรูปร่างพิเศษไม่เหมือนใคร
• สิ่งที่คู่กับเมืองฮาโกดาเตะมานานอย่างหนึ่งคือ รถราง ที่หน้าตาอาจย้อนยุคนิดๆ แต่ตอนขึ้นนี่มันได้บรรยากาศจริงๆ
• เมลชีส ขนมที่ได้ยินกิตติศัพท์ความอร่อยตั้งแต่ก่อนไป สามารถหาซื้อง่ายและสะดวกที่สุดที่สถานีรถไฟ JR ฮาโกดาเตะ
• การเดินทางจาก Sapporo ไปโอตารุ ระยะทางไม่ถึง 50 กิโลมตร และใช้เวลาเดินทางจากซับโปโรด้วยรถไฟประมาณ 40 นาที จึงเป็นเมืองที่สามารถเดินทางไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้อย่างสบายๆ แนะนำให้ซื้อ Otaru Welcome Pass ในราคา 1500 เยน สามารถใช้เดินทางจาก Sapporo ได้ไม่จำกัดเที่ยว และแถมบัตรรถไฟใต้ดินใน Sapporo อีก 1 วันเต็ม

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :