นับถอยหลัง 4 วัน เตรียมพบกับปรากฏการณ์สุดสิ่งใหญ่ตระการตาใน งานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “ภูษา ธัญญา ราชินี” ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นในระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนชาวไทยให้เป็นที่ประจักษ์ ภายใต้แนวคิดหลัก “สดุดีพระเกียรติคุณเกริกไกร พระแม่แห่งการอนุรักษ์และพัฒนา เพื่อคุณภาพที่ยั่งยืน” โดยองค์การอาหารและเกษตรและสหประชาชาติ (FAO) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเซเรส (Ceres Medal) ในฐานะที่ทรงเป็นสตรีผู้มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในสตรีและประชาชนในชนบทให้มีอาชีพและรายได้เสริมจากงานหัตถกรรม การพัฒนาเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม ให้ราษฎรมีอาหารเพียงพอและสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการสงเคราะห์และช่วยเหลือผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า ผู้ด้อยโอกาส และ ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

นอกจากนี้ ในด้านการสร้างบทบาทสตรีไทยในชนบทให้มีบทบาททางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ควบคู่การรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นจนเป็นที่ประจักษ์ คณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศ (ISC) ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลหลุยส์ ปาสเตอร์” (Louis Pasteur Award) เพื่อเทิดพระเกียรติในพระวิริยะอุตสาหะในการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตไหมของไทย โดยทรงส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแก่ราษฎร ที่ช่วยสร้างรายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และวางรากฐานสู่ความยั่งยืนให้แก่ผ้าไหมของไทย

การจัดงานในครั้ง จึงเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ 3 โซนสำคัญ ได้แก่

โซน 1 พระแม่แห่งการอนุรักษ์ คืนลมหายใจให้แผ่นดินและสายน้ำ นำเสนอพระอัจฉริยภาพด้านการฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ อันเป็นรากฐานสำคัญของการเพาะปลูก โดยกรมชลประทานนำเสนอ “โครงการป่ารักน้ำ” ที่สะท้อนพระราชปณิธานในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำ พร้อมไฮไลต์ “AI Photo Booth” ให้ผู้เข้าชมได้ถ่ายภาพที่ระลึกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์สายน้ำแห่งแผ่นดิน และกรมพัฒนาที่ดินจัดแสดงโมเดลจำลองการอนุรักษ์ผิวดินและแหล่งน้ำ สื่อถึงการพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้งให้กลับมาเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ เสริมสร้างความมั่นคงให้แก่รากฐานของเกษตรกรไทย

โซน 2 พระแม่แห่งการพัฒนา ส่งเสริมสตรีและวิถีเกษตร เชิดชูบทบาทของสตรีไทยและการสร้างอาชีพที่หลากหลาย อันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยกรมการข้าวถ่ายทอดเรื่องราวพระเมตตาผ่าน “โครงการศูนย์ฟาร์มตัวอย่าง” และการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง รวมถึงข้าว GI (ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ที่นอกจากอนุรักษ์สายพันธุ์ไทยแล้ว ยังสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชาวนา กรมประมงจัดแสดง “ตู้สาหร่ายทะเลมีชีวิต” อาทิ สาหร่ายพวงองุ่น สัญลักษณ์ของการสร้างอาชีพประมงทางเลือกที่ต่อยอดทรัพยากรทางน้ำสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่ง กรมปศุสัตว์นำเสนอโมเดลจำลองสัตว์พระราชทาน อาทิ หมูจินหัวและเป็ดอี้เหลียง สะท้อนความหลากหลายทางชีวภาพและพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร และกรมส่งเสริมสหกรณ์จัดแสดงงานหัตถศิลป์ภายใต้แนวคิด “ศิลปาชีพบนแผ่นดินพระราชา” นำเส้นใยธรรมชาติอย่าง “ป่านศรนารายณ์” มาถักทอเป็นกระเป๋าและหมวกแฟชั่น อันเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มสตรีไทย

โซน 3 พระแม่แห่งการห่วงใย ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อปวงประชา นำเสนอผลสัมฤทธิ์แห่งการดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้ราษฎรทุกคนมีอาหารเพียงพอและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยกรมส่งเสริมการเกษตรถ่ายทอดการขยายผลองค์ความรู้จากศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ และความงดงามของหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับที่สร้างความเบิกบานใจควบคู่กับการสร้างอาชีพที่มั่นคง กรมวิชาการเกษตรนำเสนอความก้าวหน้าทางวิชาการและงานวิจัยที่น้อมนำพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและมาตรฐานอาหารปลอดภัยแก่คนไทยทั้งประเทศ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดแสดงความสำเร็จของการจัดสรรที่ดินทำกิน และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะและหัวโขนจิ๋ว สะท้อนคุณค่าแห่งความพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่น และกรมหม่อนไหมนำเสนอนิทรรศการ 3 มิติ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากเส้นไหมบนกี่ทอผ้าสู่พระหัตถ์ของสมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และผลักดัน “ผ้าไหมไทย” จนได้รับการยอมรับในระดับสากล

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ภายใต้หัวข้อ “ชุดไทย ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ” ที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียน “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งถือเป็นการสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ทั้งในด้านการพัฒนาด้านการเกษตร การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสตรีในชนบทให้ยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานมากมาย อาทิ

  • กิจกรรมสาธิตที่ให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ใน วันที่ 28 สค. 69 และ วันที่ 30 สค. 69 ได้แก่
    สาธิตการทำพวงกุญแจขนแกะ, สาธิตการทำหัวโขน, สาธิตการพันผ้า กรมหม่อนไหม, สาธิตและฝึกปฏิบัติการร้อยมาลัย, สาธิตการทำแยมผลไม้
  • บูธจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูป สินค้าหัตถกรรมจากกลุ่มเกษตรกร/กลุ่มสตรีภายใต้โครงการพระราชดำริฯ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เลือกซื้อสินค้าได้ในระหว่างวันที่ 28-30 สค.69
  • กรมการข้าว: ข้าวอินทรีย์เป็นสุข (ข้าวกล้อง ข้าวเหนียว ข้าวเหนียว GI กาฬสินธุ์), ขนมข้าวพองอบกรอบ
  • กรมส่งเสริมการเกษตร: ผลิตภัณฑ์จากกล้วยไม้ (บริษัท แอร์ออร์คิดส์)
  • กรมประมง: ผลิตภัณฑ์แปรรูปจาก Fishermen Shop
  • กรมปศุสัตว์: ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น หมูจินหัวแดดเดียว, สลัดแฮมหมูจินหัว (จาก จ.แม่ฮ่องสอน)
  • กรมส่งเสริมสหกรณ์: งานหัตถกรรมจักสานป่านศรนารายณ์ (กระเป๋า หมวก รองเท้า)
  • กรมหม่อนไหม: ร้านจำหน่ายสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน Thai Silk Shop (ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ การแสดงที่น่าสนใจ และเลือกซื้อสินค้า อาหารและผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมายได้ ในระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 11:00-22:00 น. ณ ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้ง ร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจที่สำคัญให้คงอยู่สืบไป