3 เมืองน่าเที่ยวใกล้กรุงโตเกียว (โยโกฮาม่า ฮาโกเนะ คาวาโกเอะ)

Story & Photo by Editorial Staff

ต้องบอกก่อนเลยว่ารอบกรุงโตเกียวมีจังหวัดที่สามารถเดินทางแบบเช้าไป เย็นกลับ หลากหลายเมืองพอสมควรแต่ได้ตัดสินใจเลือก 3 เมืองนี้มาเพื่อตอบโจทย์ให้ครบทุกรูปแบบ ทั้งคนที่ชื่นชอบบรรยากาศเมืองมีที่นั่งชิม ชิล ช้อป คนที่ชอบบรรยากาศเมืองเก่า คนที่ชอบบรรยากาศของธรรมชาติ ทะเลสาบและภูเขา ถ้าคุณมีเวลา 3 วัน 3 เมืองนี้จะตอบทุกโจทย์ความต้องการของคุณเลยทีเดียว

โยโกฮาม่า (Yokohama)

เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดคานางาวะ (Kanagawa) ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เดิมที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงขนาดย่อม ต่อมาในสมัยอดีตช่วงปี 1603 -1867 สมัยเอโดะ เมืองโยโกฮาม่านี้ได้เปิดเป็นเมืองท่าที่สำคัญเพื่อทำการค้ากับต่างประเทศ จึงทำให้เมืองชาวประมงเล็กๆ กลายเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ในเวลาไม่นาน

yoko1

ย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเดินกันคือ Minato Mirai 21 เป็นย่านท่องเที่ยวริมทะเลที่มีแหล่งช้อปปิ้ง สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ และอื่นๆ ที่ครบถ้วน เริ่มจาก พิพิธภัณฑ์คัพนูดเดิลส์ (Cup Noodles Museum)

yoko6

พิพิธภัณฑ์ของ บริษัท นิชชิน ฟู้ด (Nissin Food company) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ CupNoodles ที่เรารู้จักกันดี

yoko7

ภายในจะแสดงประวัติความเป็นมารวมไปถึงการรวบรวมบะหมี่นิชชินจากทุกประเทศทั่วโลก

yoko4

และที่พิเศษคือ กิจกรรมทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่คุณสามารถออกแบบรสชาติและเครื่องปรุงเพิ่มเติมได้เอง

yoko5

จากพิพิธภัณฑ์เดินมานิดก็จะเห็นหมู่อาคาร Red Brick Warehouse ซึ่งในช่วงปี ค.ศ. 1920 (พ.ศ. 2463)

ที่นี่เคยใช้เป็นโรงภาษีมาก่อน แต่ปัจจุบันปรับปรุงให้มีร้านค้า ร้านอาหารเข้ามาเช่าดำเนินกิจการ ส่งผลให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวจุดนี้มากขึ้น

โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เช่นคริตส์มาส ปีใหม่ หรือเทศกาลเบียร์ก็จะมีการจัดกิจกรรมเป็นที่สนุกสนาน

yoko3

แต่ที่เห็นเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นในย่านนี้คงเป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ของ Yokohama Cosmo World สวนสนุกขนาดย่อมที่มีเครื่องเล่นครบถ้วนสำหรับทุกวัย แบบเบาอย่างโซน Kid Carnival ที่มีเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ หวาดเสียวหน่อยก็เป็นโซน Wonder Amaze ที่มีรถไฟเหาะหกคะเมนตีลังกาให้หวาดเสียวเล่น

หรือจะสนุกแบบเปียกปอนกับเครื่องเล่นล่องแก่งก็มี สำหรับโซนระทึกขวัญสำหรับเราคงเป็นโซน Burano Street ที่มีบ้านผีสิงนั่นแหละ โดยรวมแล้วใช้ได้ทีเดียว ไม่เสียค่าเข้าถ้าคุณอยากถ่ายรูปเฉยๆ เสียแค่ค่าเล่นเครื่องเล่น ราคาเริ่มต้นที่ 200 เยนไปจนถึง 800 เยนสำหรับคนที่ชอบเดินเล่นชมอ่าว

แนะนำที่ สวนยามาชิตะ (Yamashita Park) ที่มีทางเดินเลาะริมทะเลไปประมาณ 750 เมตร ให้เราได้มองเห็นวิวทิวทัศน์ริมอ่าวจากที่นี่คุณจะเห็น เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ชื่อว่า Hikawa Maru ซึ่งเคยนำมาใช้จริงครั้งแรกในปี 1930 เดินทางระหว่างโยโกฮาม่าไปยังแวนคูเวอร์ และซีแอตเทิล

ปัจจุบันทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ได้เข้าชมกันหรือจะขึ้นไปชมวิวมุมสูงของเมืองที่ โยโกฮาม่ามารีนทาวเวอร์ (Yokohama Marine Tower) ก็ได้ ด้วยความสูง 106 เมตร และถ้าเป็นคนชอบวิวมุมสูงอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือบนตึกแลนด์มาร์กทาวเวอร์ (Landmark Tower) ชั้น 69 มีการกั้นกระจกด้านรอบ ให้คุณสามารถชมวิวมุมสูงของโยโกฮาม่าแบบ 360 องศา มีบริการเครื่องดื่ม ว่ากันว่าที่นี่ยังเป็นลิฟต์ที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

ฮาโกเนะ (Hakone)

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว ใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีเท่านั้น ที่สำคัญมีแหล่งท่องเที่ยวหลายจุดที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น บริเวณทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi)

ทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ที่มีความยาวรอบแนวชายฝั่งถึง 19 กิโลเมตร รอบๆ นั้นก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย หลักๆ คนที่มาฮาโกเนะ มักจะเลือกที่จะล่องเรือโจรสลัดชมทะเลสาบ เส้นทางเดินเรือก็จะเชื่อมต่อกับท่าเรือจำนวน 3 แห่ง ระหว่างล่องเรือก็จะได้ชื่นชมธรรมชาติที่ในแต่ละฤดูกาลก็จะไม่เหมือนกัน

ไฮไลต์คือจะสามารถเห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิที่ทับซ้อนกับภูเขาไฟฮาโกเนะ ทั้งนี้วันที่มาต้องอากาศเป็นใจด้วยนะ ระหว่างทางล่องเรือเราจะเห็นศาลเจ้าฮาโกเนะ (Hakone Shrine) ตั้งอยู่บนชายฝั่งของทะเลสาบ เห็นเป็นเสาโทโรอิสีแดงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมฝั่ง หน้าทางเข้าศาลเจ้า มีโอกาสและเวลา แนะนำให้แวะไปสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

หลังจากล่องเรือแล้วโดยมากจะตามด้วยโปรแกรมขึ้นกระเช้า ไปหุบเขาโอวาคุดานิ (Owakudani) ไปยังบ่อนำแร่กำมะถัน เพื่อกินไข่ดำออนเซ็น (Kuro Tamago) กันเป็นไข่ที่ต้มในบ่อน้ำแร่ทำให้เปลือกไข่กลายเป็นสีดำ แต่ด้านในก็ยังเป็นสีขาวปกติ เชื่อกันว่า กินไข่ดำ 1 ฟองอายุจะยืน 7 ปี คนจึงนิยมกัน ตามร้านขายของก็มีขาย ราคา 5 ฟองอยู่ที่ 500 เยน สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝาก เฉลี่ยให้อายุยืนกันทั่วหน้าห้ามพลาดถ่ายรูปกับภูเขาไฟฟูจิ เพราะที่นี่เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปได้สวยงาม นอกจากนั้นที่นี่ยังมีศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ให้สักการะกันอีกด้วยอย่าลืมเผื่อเวลาลงด้วยเพราะกระเช้าปิดประมาณ 16.00 – 17.00 น.สำหรับคนที่ชื่นชอบงานศิลปะ

เราแนะนำให้แวะที่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเนะ (HakoneOpen-air Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและศิลปะเข้าด้วยกัน เปิดตั้งแต่ปี 1969 ที่นี่เราจะเห็นประติมากรรมจำนวนมากถูกจัดแสดงอยู่กลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม เป็นที่น่าสนใจและดึงดูดให้เราเข้าไปสัมผัส

โดยเฉพาะเด็กๆ ที่สนุกสนานไปกับงานศิลปะด้านนอกอาคารกว่า 120 ชิ้น บนพื้นที่กว่า 7 หมื่นตารางเมตร สำหรับภายในพิพิธภัณฑ์พิกัสโซก็ยังมีผลงานกว่า 300 ชิ้น ให้ได้ชมกัน ถ้าชื่นชอบเราว่าเวลา 3 ชั่วโมงก็ไม่พอสำหรับที่นี่

คาวาโกเอะ (Kawagoe)

คำว่าเอโดะน้อย (Little Edo) หรือเมืองเก่า ย้อนยุคสมัยเอโดะ เป็นคำคุ้นหูที่เรียกชื่อเมืองคาวาโกเอะ เมืองท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในจังหวัดไซตามะที่ห่างจากกรุงโตเกียวเพียง 30-50นาทีเท่านั้น

ที่นี่เป็นเมืองแห่งปราสาทของตระกูลคาวาโกเอะสามารถเดินทางเชื่อมต่อ และขนถ่ายสินค้าผ่านทางแม่น้ำชินกะชิกะวะ และถนนคาวาโกเอะ ไคโดะ ถือได้ว่าเป็นจุดที่เป็นเส้นทางการเงินและวัฒนธรรมที่ยาวนานจุดท่องเที่ยวของเมืองอยู่ที่โซนเมืองเก่า

บริเวณถนนอิจิบังไก (Echibangai) เรียกว่าย่านคุราซึคุริ (Kurazukuri zone) ซึ่งเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ยุคโบราณสมัยเอโดะที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี จะเห็นเรือนไม้ที่ทำอย่างประณีตงดงามและตึกปูนแข็งแกร่งแทรกตัวอยู่เป็นระยะๆ ตึกปูนเหล่านี้เดิมเป็นโกดังเก็บสินค้า

ปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้าร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และสถานที่ท่องเที่ยว เป็นระยะทางยาวหลายร้อยเมตรย่านนี้มีสถานที่สำคัญอยู่ 3 ที่ ได้แก่ บ้านเรือนเก่าแก่ที่เห็นเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ

อีกอย่างคือ หอระฆัง (Toki no Kane) ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าราวกับนายแบบชื่อดังที่ทุกคนต้องกดชัตเตอร์เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

สุดท้ายคือตรอกขนมหวานคาชิย่า โยโกโช (Kashiya Yokocho) สถานที่ที่ห้ามพลาดแม้ที่นี่จะเป็นย่านเมืองเก่าแต่ก็เต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา หลายคนนิยมเดินเที่ยวชมเชื่อมต่อทั้งสามย่านไปมา

สำหรับเราเลือกที่จะใช้บริการรถบัส Koedo Kawagoe Loop Bus เพราะสะดวกสบาย โดยรถบัสจะวิ่งไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลักและวนกลับมายังสถานีเดิม รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร หากไม่แวะลงไหนเลย ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเริ่มต้นจากสถานีรถไฟคาวาโกเอะ (JR Kawagoe)

ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวหลักเช่น วัดคิตะอิน (Kitain Temple) – ย่านคุราซึคุริ (Kurazukuri Zone) โดยลงที่ป้ายอิจิบังไก (Echibangai) หรือฟุดะโนะสึจิ (Fudanotsuji) จะเห็นได้ว่าหากคุณรู้สึกอยากหลีกหนีความชุลมุนวุ่นวายของเมืองโตเกียว สัก 1 วันและอยากออกไปสัมผัสเมืองในอดีต

เมืองแห่งธรรมชาติหรือย่านแห่งความสนุกสนานแล้วละก็ 3 เมืองนี้ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียวเพราะเดินทางไม่ไกลและสามารถเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับได้

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :