ภาครัฐ-เอกชนรวมพลังขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยวิถีใหม่ ยกระดับมาตรฐานบริการสร้างความเชื่อมั่นเปิดเมือง ปลอดภัย

ททท. เปิดแผนงาน 3 เฟส ภายใต้แนวคิด “BEST : ท่องเที่ยวไทยวิถีใหม่” ชูมาตรฐาน Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) ฟื้นความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมร่วมขับเคลื่อนโครงการเปิดเมือง ปลอดภัย ด้าน อพท. สบช่อง Transformation ธรรมชาติสู่ความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างสมดุลสังคม-เศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนในท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สมาคมโรงแรมไทยเตรียมระดมแพกเกจโปรโมชั่นรีสตาร์ทธุรกิจโรงแรม

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์โครงการเปิดเมือง ปลอดภัย ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 รับมือมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ในประเด็น “การท่องเที่ยวไทย ไปต่อหรือรอก่อน?” ว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไป ซึ่ง ททท. ได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 2 ส่วน คือ 1.การสร้างงาน-สร้างรายได้ เพื่อพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ 2.กระตุ้นการบริโภคภาคประชาชนผ่านการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ โดยระยะแรกตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2563 จะเริ่มจากการโปรโมทการท่องเที่ยวภายในประเทศหรือไทยเที่ยวไทย ส่วนตลาดต่างประเทศจะมุ่งเน้นความสำคัญกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพ

ททท. ชูแผนงาน 3 เฟสขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยวิถีใหม่
สำหรับแนวทางและแผนการดำเนินงานของ ททท. แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 : Lockdown Exit ประกอบด้วย “Rebuild-Rebalance-Refresh” เตรียมความพร้อม ซ่อมสร้างอุปทาน สื่อสารให้คิดถึง Amazing “Trusted Thailand”,  ระยะที่ 2 : Selective Open เป็นช่วง Reboot ไทยเที่ยวไทย เปิดเมืองเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด และ ระยะที่ 3 : Extensive Open เป็นการ Rebound เปิดเมืองเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) จะนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยหลักการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “BEST : ท่องเที่ยวไทยวิถีใหม่”  โดย B หรือ Booking คือวางแผนการเดินทางก่อน-ระหว่าง-หลังเดินทาง การจัดสรรคนร่วมเดินทาง จองทุกสิ่งล่วงหน้าภายใต้เงื่อนไขการจำกัดจำนวน และการบริหารพื้นที่แบบเว้นระยะห่าง, E หรือ Environment การอนุรักษ์และรักษาธรรมชาติที่ฟื้นตัวดีขึ้น นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม, S หรือ Safety ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับความสะอาด ปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี และ T หรือ Technology เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์อันทรงคุณค่าสำหรับนักท่องเที่ยวและทำให้บริการมีศักยภาพที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังจัดทำโครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. และกระทรวงสาธารณสุข  รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยจะมีการมอบตราสัญลักษณ์ให้ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน SHA ใน 10 ประเภทกิจการ ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ

“ในระยะแรก ททท. จะเริ่มจากการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลักด้วยรูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่ที่เน้นความปลอดภัยขั้นสูงด้วยมาตรฐาน SHA  ซึ่งมีผู้ประกอบการตอบรับเข้าร่วมโครงการ SHA เป็นจำนวนมาก ส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศแบบ Travel Bubble หรือจับคู่เดินทางเฉพาะประเทศที่สามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศเป้าหมายระยะแรกคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ จีน เวียดนาม ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สปป.ลาว เมียนมา ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อยู่ระหว่างการพูดคุย ซึ่งอาจจะเริ่มพร้อมกันหลายประเทศในลักษณะ Group Bubble โดยมาตรฐาน SHA จะสร้างความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่  หรือ New Normal และจะทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เป็นเมืองในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก Thailand Preferred Destination อย่างแน่นอน” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว

อพท. สบช่อง Transformation ธรรมชาติสู่ความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างสมดุลสังคม-เศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่าการล็อกดาวน์สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นวิฤตที่สร้างโอกาสในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการ Transformation ธรรมชาติสู่ความยั่งยืน  ดังนั้น อพท. จึงได้สร้างโอกาสดังกล่าวและต่อยอดสู่การกระตุ้นให้ชุมชนได้เห็นความสำคัญ ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นใจด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันได้ส่งเสริมให้ชุมชนปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการชุมชนในด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยตามมาตรฐาน SHA เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างมีสุขอนามัยและปลอดภัยต่อชุมชน เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพหลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย

“อพท. ได้ร่วมฟื้นฟูและเยียวยาภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและยกระดับชุมชนท่องเที่ยวสู่ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมท่องเที่ยว นำผู้เชี่ยวชาญของบริษัทนำเที่ยวลงพื้นที่ให้ความรู้ชุมชนท่องเที่ยวในการออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่นำข้อปฏิบัติด้านสุขอนามัยเพื่อยกระดับชุมชนท่องเที่ยวให้พร้อมบริการอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะสร้างความสมดุลในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนในท้องถิ่น โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสร้างรายได้เสริมเพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขอย่างแท้จริง” นายทวีพงษ์ กล่าว

สมาคมโรงแรมไทยตอบรับมาตรฐาน SHA-จัดโปรโมชั่นรีสตาร์ทธุรกิจ
ด้านนางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) และรองผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเดอะ ทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ กล่าวว่า ขณะนี้โรงแรมส่วนใหญ่ 90% ยังคงปิดกิจการชั่วคราว แต่เชื่อว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการและพร้อมจะดำเนินการตามมาตรฐาน SHA เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับผู้ประกอบการและเป็น New Normal สำหรับธุรกิจโรงแรม ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในประเทศเวลานี้จึงต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต

“ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ แม้ว่าผู้ประกอบการจะยังไม่สามารถทำให้กิจการกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทางสมาคมฯ มองว่าธุรกิจในปีนี้หรือในปีหน้าอาจจะยังไม่ฟื้นตัว แต่ก็ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการสำหรับสถานการณ์ที่คาดว่าจะดีขึ้นในปีถัดไป เพราะไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก อยากเชิญชวนประชาชนคนไทยให้ออกมาเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ประกอบการโรงแรมได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของการจัดแพกเกจโปรโมชั่น ลดราคาค่าห้องพักและอื่นๆ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้” นางสาวศุภวรรณ กล่าวในตอนท้าย

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0