หลงรัก พัทลุง

เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุงจากการชักชวนของเพื่อน เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเที่ยวพัทลุง ไม่รู้มาก่อนว่าเมื่อได้ไปเที่ยวพัทลุงแล้วจะหลงรักพัทลุงได้มากขนาดนี้ ด้วยวิถีชีวิตที่เนิบช้า ตรงข้ามกับการพูดแบบคนใต้ที่ออกจะเร็ว เป็นอะไรที่น่ารัก ธรรมชาติที่มากมายและสวยงาม ตามมาดูกันว่ามีที่เที่ยวที่ไหนที่ได้ไปสัมผัสมาบ้าง

เที่ยวเล่นเดินหลาด

หลาดใต้โหนด (Tainod Holiday Market)
บรรยากาศคึกคักใต้ต้นตาลโตนด เป็นตลาดนัดใต้ต้นตาลโตนด หรือในภาษาท้องถิ่นภาคใต้ เรียกว่า “ต้นโหนด”

เป็นตลาดขายผักผลไม้สด อาหารพื้นเมือง และขนมพื้นเมืองพื้นถิ่นที่หารับประทานได้ยาก รวมทั้งสินค้าทำมือ

ที่สำคัญตัวภาชนะบรรจุอาหารส่วนมากจะเป็นวัสดุธรรมชาติ อย่างเอาใบบัวมาใส่ข้าว ใบตองรองไอศกรีม

จะหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกให้น้อยที่สุด เพราะบางอย่างจำเป็นต้องใส่ในภาชนะพลาติก

ตลาดใต้โหนด ก่อกำเนิดขึ้น ณ บ้านของคุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2539

จากจุดเล็กๆ ที่หวังเพียงให้บ้านหลังนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน เป็นที่อ่านหนังสือของเด็ก และชาวบ้านในหมู่บ้าน

เป็นที่แลกเปลี่ยน้รียนรู้งานด้านศิลปะ หลังจากนั้นได้มีโครงการตลาดท้องถิ่นให้ชาวบ้านในพื้นที่นำสินค้าปลอดสารพิษ ทั้งอาหารพื้นเมืองมาจำหน่าย

จากร้านค้าไม่กี่สิบร้าน ปัจจุบันมีร้านค้าเกือบ 100 ร้าน ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินดี มีสุข

หลาดใต้โหนด : หมู่ที่ 4 บ้านศาลาม่วง ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 93110

สวนไผ่ขวัญใจ (Kwanjai Bamboo Garden Agrotourism)
อีกหนึ่งตลาดที่มีชื่อเสียงของพัทลุง เดิมที่นี่เป็นสวนที่เพาะปลูก ขยายพันธุ์ไผ่ และถ่านจากไม้ไผ่

ทั้งยังมีศูนย์การเรียนรู้มาอยู่ก่อนแล้ว เริ่มเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปลายเดือนมกราคม 2560 จากความร่วมมือของสวนไผ่ขวัญใจ และเครือข่ายกินดีมีสุข พัทลุง

“อิ่มกาย บายใจ สุขอยู่ที่พอ” คือคำขวัญเก๋ๆ ของสวนไผ่แห่งนี้ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่

ที่สวนไผ่ขวัญใจ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซนหลักๆ คือ โซนตลาดป่าไผ่สร้างสุข, โซนพื้นที่นั่งพักผ่อน, โซนกิจกรรมสำหรับเด็ก, โซนการเรียนรู้ของสวนไผ่ขวัญใจ และป่าไผ่สุดร่มรื่น

ยังมีการแสดงดนตรีจากบรรดาเด็กๆ สร้างความสนุกให้ผู้มาเที่ยว นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินสนุกสนานและมอบน้ำใจเล็กๆ เป็นกำลังใจให้น้องๆ นักดนตรี

แน่นอนที่นี่หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกให้น้อยที่สุดเช่นเดียวกัน และตลาดนี้จะไม่มีถังขยะ กินเสร็จสามารถนำขยะมาฝากทิ้งตามร้านค้าแต่ละร้านได้เลย

ตั้งอยู่ที่ ต.ควนขนุน  อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 93110 เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์

เข้าถ้ำไหว้พระ สักการะเป็นมงคล

วัดที่พัทลุง ก็มีมากมาย ควรอย่างยิ่งที่เมื่อมาถึงเมืองลุงแห่งนี้ ต้องไปกราบไหว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง ครั้งนี้เราจะพามาเข้าถ้ำไหว้พระกัน ด้วยที่พัทลุงเองมีภูเขาเยอะ จึงมีถ้ำอยู่มากมายมิใช่น้อยนั่นเอง

วัดคูหาสวรรค์
ชาวบ้านจะเรียกว่า “วัดคูหาสูง” หรือ “วัดสูง” เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในจังหวัดพัทลุง

และในบริเวณวัดยังมีถ้ำชื่อว่า ถ้ำคูหาสวรรค์

ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ขนาดยาว 10 เมตร 1 องค์

และพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 4.50 เมตร สูงตลอดรัศมี 6 เมตร 1 องค์ และพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 0.50 – 1.50 เมตร จำนวน 35 องค์ ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ

กล่าวกันว่าพระพุทธรูปเหล่านี้สร้างในสมัยอยุธยา 20 องค์ ที่เหลือสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์

จุดที่น่าสนใจมากอีกจุดคือบริเวณด้านหน้าจะมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ปรากฏอยู่

ถ้ำคูหาสวรรค์ เดิมชาวบ้านเรียกว่า “ถ้ำน้ำเงิน” หรือ “ถ้ำพระ”

ถ้ำคูหาสวรรค์ ถนนคูหาสวรรค์ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง

วัดถํ้าสุมะโน
ถ้ำสุมะโน ถูกค้นพบโดยพระอาจารย์เดช สุมโน (พระครูภาวนาสุมณฑ์) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2530

ต่อมามีผู้มีจิตศรัทธาได้บริจาคปัจจัยซื้อที่ดินรอบภูเขา 2 ลูก เพื่อสร้างวัด

วัดจึงมีบริเวณกว้างขวาง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 500 ไร่ มีการค้นพบถ้ำบริวาร 12 ถ้ำ ที่ได้รับการพัฒนาไปแล้วจะมี ถ้ำโบสถ์ – ถ้ำหอฉันบรรจบ – ถ้ำโรงธรรม – ถ้ำกัมมัฏฐานอรทัย – ถ้ำพุทธบัณฑิต – ถ้ำน้ำลอด

มีผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดถ้ำสุมะโนกันมาก ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

วัดถ้ำสุมะโน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง 93000

แสนสงบจบที่ธรรมชาติ

หากมาพัทลุงมีโอกาสอยากให้มาพักผ่อนค้างคืนกันที่อุทยานนกน้ำทะเลน้อย ก่อนที่รุ่งสางจะนั่งเรือออกไปชมธรรมชาติของทะเลน้อย

อุทยานนกน้ำทะเลน้อย
ทะเลน้อย เป็นทะเลสาบน้ำจืดมีเนื้อที่ผืนน้ำ ประมาณ 17,500 ไร่ มีความกว้างประมาณ 5 กิโลเมตร ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร

ทะเลน้อยและทะเลหลวงมีแนวเนินทรายธรรมชาติสูงประมาณ 0.5 เมตร กั้นอยู่

มีคลองเชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา กว้างประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายของพืชพรรณ ประกอบไปด้วยป่าพรุ ป่าเสม็ด พื้นน้ำ ป่าดิบชื้น และพื้นที่เกษตรกรรม

และเป็นถิ่นอาศัย หาอาหาร สร้างรังวางไข่ของนก (ส่วนใหญ่เป็นนกน้ำ) และสัตว์ต่างๆ

หากเราพักค้างคืนที่ อุทยานฯ เช้ามืดเราสามารถนั่งเรือหางยาวของอุทยานฯ (มีค่าใช้จ่าย แบบเหมาลำ ราคาเริ่มต้นเหมาลำ 450 บาท จนถึง 800 บาท หรือเรือชาวบ้านข้างอุทยานฯ แล้วแต่สะดวก) ประมาณ 1-2 ชม. ตามราคาที่ตกลง

จะได้ชมทัศนียภาพโดยรอบบริเวณทะเลน้อย อากาศสบายๆ

เห็นชาวบ้านออกหาปลา นกน้ำมารอจับปลาที่ชาวบ้านดักปลาไว้ ทะเลบัวแดงก็มีให้ได้เห็น

นั่งยาวไปจนลอดใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา

ไปจนถึงแผ่นดินน้อยที่สามารถขึ้นไปยืนได้ (เจ้าหน้าที่จะบอกว่าขึ้นไปเดินได้หรือไม่ได้) ที่บริเวณเชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยตั้งอยู่ ต.นางตุง และ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง (เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา)

สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า สะพานเอกชัย หรือสะพานไประโนด เป็นสะพานยาวที่สุดในประเทศไทย

โดยเริ่มจากทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ไปสู่ อ.ระโนด จ.สงขลา รวมระยะทาง 14 กิโลเมตร บนสะพานจะมีจุดจอดรถให้พักชมวิวเป็นระยะๆ ระหว่างขับรถจะเห็นความงามทั้งฝั่งทะเลสาบสงขลา และฝั่งทะเลน้อย มีป้ายบอกชนิดของนกน้ำ และสัตว์พันธุ์ต่างๆ ถ้าปั่นจักรยานจะจอดดูได้สะดวกกว่า

จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้านคือมาเลเซียข้ามมาเที่ยวเพื่อถ่ายรูปยามพระอาทิตย์ตกกัน และมีเส้นทางจักรยานบนสะพานฯ จะมีนักปั่นจักรยานมาปั่นกันเป็นกลุ่มๆ ในช่วงเย็น (ขับรถด้วยความระมัดระวังอย่ามัวแต่มองวิวเพลิน)

วิวสองข้างทางที่สวยงาม โดยเฉพาะจุดไฮไลต์ 2 จุดใหญ่ๆ คือบริเวณกลางสะพาน ที่มีบ้านหลังคาแดง 2 หลังติดกัน และจุดยกยอบริเวณปลายสะพานฯ ที่ต่อไปยัง อ.ระโนด จ.สงขลา

ยิ่งในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก ภาพยอของชาวบ้านที่ไว้ดักปลา สวยงามธรรมชาติจบเลย (บริเวณนี้เป็นทางโค้งลง ควรจอดรถเลยสะพานไป แล้วเดินย้อนกลับมา ใกล้ๆ)

จุดชมวิวควนนกเต้น
จิบกาแฟ แลหมอก หยอกตะวัน สโลแกนเท่ๆ ของที่นี่ กับบรรยากาศที่สวยงามยามพระอาทิตย์ขึ้น ทิวทัศย์สวยงามตามแนวเทือกเขาบรรทัด

ระหว่างทางผ่านไร่สวนยาง ใบจากต้นที่ปลิวหล่นลงมาเป็นสาย ภาพทุ่งนาข้าวที่เด็กๆ มาวิ่งเล่นยามเย็นหลังเลิกเรียนที่มีวิวของเทือกเขาเป็นฉากหลัง

ช่างน่าอิจฉาที่ธรรมชาติยังสมบูรณ์ หายใจรับอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด

การขึ้นไปที่จุดชมวิวจะต้องจอดรถไว้ที่จุดจอดที่จัดไว้และขึ้นรถกระบะของทางที่พักขึ้นไป นักท่องเที่ยวที่จองที่พักกับทางควนนกเต้นส่วนมากจะขึ้นไปตอนเย็นๆ

เพราะด้วยที่พักไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีแต่พัดลม อากาศสบายๆ ในช่วงเย็นไปจนถึงเช้าๆ

ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ค้างคืนที่นี่จะมากันในช่วงเช้ามืดเพื่อมารอชมพระอาทิตย์ขึ้น

ภาพบรรยากาศการดูทะเลหมอกต้องบอกว่าสวยงามและรู้สึกสบายกว่าการดูทะเลหมอกที่อื่นๆ ที่เคยไป ลองมาแล้วจะชอบ

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง 93180

น้ำตกหนานรูด
อยู่ไม่ไกลจากจุดที่จอดรถของควนนกเต้น มีป้ายบอกทาง ใกล้มากๆ

บริเวณน้ำตกก็มีที่พักให้บริการด้วยเช่นเดียวกัน

หลังจากลงมาจากควนนกเต้น ก็ขับรถแวะไปที่น้ำตกต่อได้เลย

บรรยากาศร่มรื่น เสียงน้ำตกช่วยให้ผ่อนคลาย และมีพื้นที่ให้ลงไปว่ายแช่เล่นได้

เช็กอินที่คาเฟ่

ถ้าเป็นเมื่อก่อนใช้คำว่าคาเฟ่นี่ ต้องไปดูคณะตลกเป็นแน่ แต่ปัจจุบันไปร้านคาเฟ่นี่ต้องมีจุดถ่ายรูปเก๋เอาไว้ลงโซเชี่ยลบอกต่อแน่นอน เมืองพัทลุงก็มีร้านคาเฟ่เก๋ๆ พร้อมจุดถ่ายรูปมากมาย

ขนำ คอฟฟี่ (Kanam Coffee)
ร้านคาเฟ่เก๋ไก๋วิวทุ่งนา และวิวที่มองเห็นเขาอกทะลุ สัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง เป็นฉากหลัง

เข้ามาจะมีมุมให้เลือกทั้งแบบครอบครัว หรือมาเดี่ยวมาคู่ จะแยกเป็นห้องเพื่อไม่แออัด หรือรบกวนกัน

ระหว่างสั่งเครื่องดื่มก็เดินไปถ่ายรูปเก๋ กับท้องทุ่งนากันก่อนได้

ตั้งอยู่ที่ ถ.มโนราห์ (บายพาส) เทศบาลเมืองพัทลุง 93000

บิ้งนา คาเฟ่
ร้านคาเฟ่เก๋ๆ อีกร้านที่มีวิวท้องนา และวิวเขาอกทะลุด้านหลัง

ที่นี่สามารถแยกไปนั่งในศาลาแยกเป็นส่วนตัวมีอาหารและเครื่องดื่มบริการ เสิร์ฟบริการถึง
ที่

ระหว่างรอก็ถ่ายรูปเช็กอินตามกฎกติกามารยาทกันก่อน ร้านอยู่ติดกับทางกลับรถใต้สะพานต้องดูดีๆ

206 หมู่ 6 ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง 93000

นาโปแก
ฟังชื่อดูแปลก นาใครกัน นาแก หรือนาใคร คำว่า “นาโปแก” นา ก็คือ นา, นาข้าว ส่วนคำว่า “โปแก” คือ สำเนียงปักษ์ใต้ แปลว่า พ่อแก่

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกแห่งของพัทลุง แค่ทางเข้าก็เจอควายตัวใหญ่มาก

ทางเดินเข้าไปก็ผ่านท้องนาเขียวขจี มีจุดให้ถ่ายรูปมากมาย

ควายเผือกก็มีให้ได้ชม และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเกษตรของที่นี่ได้

มีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร ให้นั่งพักคลายเมื่อยเพราะเดินถ่ายรูปเยอะมาก

จุดขายของที่ระลึกก็มีจำหน่ายตรงบริเวณทางออก ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าขมด้วยนะ

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 456 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 93150

สำเภาไทย
อยากเห็นคิงคองยักษ์แบบในหนังฮอลลีวูด ที่นี่มีให้ดู

อยากเห็นเรือสำเภาขนาดใหญ่ ที่นี่ก็มีให้ดู

อยากเห็นหัวเทริดโนราห์ขนาดยักษ์ ที่นี่ก็มีให้ดู

ทุ่งนาสีเขียว ที่นี่ก็มีให้ดู ร้านกาแฟอร่อยๆ ที่นี่ก็มี ห้องพักก็มีนะเอ้า

หากมีเด็กๆ มาด้วย รับรองคงต้องถ่ายรูปกันเนิ่นานเป็นแน่

ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าสำเภาใต้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง (มีค่าเข้าชม)

แกรนด์แคนยอน พัทลุง
แผ่นน้ำสีฟ้า สลับกับเนินดินสูงต่ำ ทางกลางต้นไม้ใหญ่

ที่นี่ถูกขนานนามว่าแกรนด์แคนยอน เป็นที่เที่ยวพักผ่อนทั้งตกปลา เล่นน้ำ หรือนั่งปิกนิกกันที่บริเวณนี้

ด้วยความลึกถึง 30 เมตร จึงต้องระมัดระวังและดูแลบุตรหลานเพื่อความปลอดภัยด้วย

แกรนด์แคนยอน ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 

เดินเล่นชมสตรีตอาร์ตตัวเมืองลุง
หลายๆ ที่ท่องเที่ยว มักมีศิลปะแนวสตรีตอาร์ตให้ได้ยล และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้สตรีตอาร์ตยังบอกถึงวิถีชีวิตผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ

การมีอยู่ของสิ่งต่างๆ ในท้องที่ แม้บางอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงไป

แต่ก็ได้รู้ว่าสิ่งๆ นั้นเคยมีอยู่ หรือยังมีอยู่

การได้มาเที่ยวพัทลุง ทำให้หลงรักเมืองพัทลุง แม้จะเป็นการเที่ยวที่ยังไม่ครบถ้วนของเมืองลุงแห่งนี้ แต่แค่ครั้งแรกก็ประทับใจในวิถีชีวิต และความน่ารักของคนพัทลุง มีน้ำใจไมตรีต่อผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มแดนใต้ ต้องมีครั้งต่อไปที่ได้มาเยือนจังหวัดที่เปื้อนไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้อีกแน่นอน

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0