10 สถานที่ท่องเที่ยวน่าชมของพิจิตร

ถ้าคุณค้นหาคำว่า “พิจิตร” ในเสิร์ชเอนจิน คุณจะรู้ว่าพิจิตรนั้นเดิมเขียนว่า พิจิตร์ มีความหมายว่า “งาม” เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก เมืองที่มีพื้นฐานมาจากคำว่างามแห่งนี้ มีเรื่องงดงามและสถานที่งดงามสมชื่อ ไปดู 10 สถานที่ท่องเที่ยวน่าชมของพิจิตรกัน

วัดท่าฉลอง

เป็นวัดสำคัญของจังหวัดพิจิตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัด สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี พ.ศ. 2388

ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ศูนย์รวมจิตใจของชาวพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียง องค์หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน มีพระพุทธลักษณะที่งดงาม

และทรงพุทธานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งของประเทศไทย พระอุโบสถจะเปิดให้ประชาชนเข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 – 18.00 น.

วัดคลองคู้

จุดเด่นของวัดคือ รูปพญาชาละวันจระเข้ขนาดใหญ่คาบตะเภาแก้วตั้งขวางอยู่ด้านหน้าบริเวณวัด จระเข้ตัวนี้เป็นกุศโลบายธรรมที่ว่า

จระเข้ขวางคลองมิใช่หมายความว่าจะคิดจะค้านแบบหัวชนฝาแต่ถ้ามองโลกในแง่ดี ก็ต้องคิดว่า คิดดีทำดี แบบจระเข้ขวางคลอง คือต้องคิดขัดขวางสิ่งที่เป็นความชั่ว สิ่งที่เป็นอบายมุขต่างๆ ไม่ให้เข้าหมู่บ้าน

กราบนมัสการรูปหล่อหลวงพ่อแวว อุปคุตโต ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา ส่วนภายในอุโบสถวัดมีภาพวาดบอกเล่าเรื่องราวของพุทธชาดก ด้วยภาพสีสดงดงาม

ยังมีรูปปั้นไดโนเสาร์ พร้อมกันนั้นด้านหลังของศาลาการเปรียญยังมีรูปปั้นแสดงถึงผู้ที่กระทำบาปแล้วตกอยู่ในนรกเป็นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้คนเกรงกลัวต่อบาปนั่นเอง

วัดศรีศรัทธาราม

วัดริมแม่น้ำยม มีความงามแปลกตา คุณจะเห็นโบสถ์หลังใหญ่สร้างเด่นอยู่กลางวัด ทาสีขาวทั้งหลัง

มีรูปปั้นจระเข้ขนาดใหญ่ 2 ตัวที่คนสามารถเข้าไปข้างในได้ด้วย นอนขนาบข้างบันได

ตัวด้านหลังจะมีหัวใจของพญาชาละวันอยู่ในนั้นด้วย

บริเวณวัดโดยรอบก็จะมีรูปปั้นจระเข้กว่า 22 ตัวรายล้อมอยู่

จึงเป็นที่มาของคำว่า “วัดโบสถ์จระเข้” ภายในวัดมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์

ได้แก่ หลวงพ่อดำ หลวงพ่อบุญลือ (ชาวบ้านเชื่อในเรื่องห้ามฝนได้) และหลวงพ่อบุญมี อยู่ที่ ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม

วัดเขารูปช้าง

เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณสามารถมองเห็นเมืองพิจิตรได้แบบ 360 องศา ยิ่งหากมาช่วงเย็นคุณจะเห็นแสงสีทองระยับทาทับทอดตัวลงบนเมืองพิจิตรสวยงามมาก เหตุที่เรียกว่า วัดเขารูปช้าง

เพราะเจดีย์แบบลังกา บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนไปมา คล้ายกับรูปช้างนั่นเองผู้คนนิยมเอาไม้แกะสลักรูปช้างมานมัสการที่เจดีย์ แม้ว่าจะเป็นเจดีย์ที่ได้รับการบูรณะใหม่ขึ้นมาแต่ก็มีความงดงามทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่า อยู่ไม่ไกลกัน ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสัมฤทธิ์และภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องไตรภูมิพระร่วง

วัดโพธิ์ประทับช้าง

สร้างในสมัยของสมเด็จพระเจ้าเสือ (สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8) เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกสถานที่พระองค์ประสูติ ณ สถานที่แห่งนี้

พื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบสูง แวดล้อมไปด้วยป่าโปร่ง และไม้ยืนต้นนานาชนิด โดยเฉพาะต้นตะเคียนใหญ่ด้านหน้าเล่ากันว่าอายุกว่า 250 ปี

แม้ที่นี่จะเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 300 ปี ตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว แต่ก็ยังมีการประกอบศาสนกิจต่างๆ อยู่เป็นประจำ

ศาลเจ้าแม่ทับทิม ท่าฬ่อ

เป็นที่เลื่ยงลือพอๆ กับความศักดิ์สิทธิ์ และอภินิหารของเจ้าพ่อ เจ้าแม่ แห่งศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ

ที่เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งใกล้และไกลต่างก็ได้รับความเจริญ รุ่งเรือง ปราศจากอันตรายอย่างทั่วถึงกันตราบเท่าทุกวันนี้

ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิมเป็นองค์ประธาน

โดยมีเจ้าพ่อกวนอูประทับอยู่ด้านขวาและเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากงประทับอยู่ทางด้านซ้าย

ตามประวัติและหลักฐานที่ปรากฏอยู่พบว่าองค์เจ้าแม่ทับทิม และองค์เจ้าพ่อกวนอู ได้อัญเชิญมาจากประเทศจีน

ดังนั้นเราจะเห็นเกี้ยวสำหรับประทับขององค์เจ้าแม่ ที่ได้นำมาจากประเทศจีนอยู่ในบริเวณศาลด้วย

บึงสีไฟ

แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นสถานที่ที่ใครมาพิจิตรแล้วไม่มาไม่ได้ อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดพิจิตรไปทางทิศตะวันตกเพียง 1 กิโลเมตร มีพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด แหล่งอาศัยของนกหลายชนิด

ด้วยความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองที่สำคัญแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงเย็นบรรยากาศสวยงามและโรแมนติกมาก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร

สวนคุณลี และศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านหนองจิกสี

สวนเกษตรกว่า 85 ไร่ ที่คุณทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ รวบรวมไม้ผล ไม้แปลก และไม้หายาก ในประเทศไทยและต่างประเทศไว้มากมาย อาทิ มะเดื่อฝรั่ง ซึ่งนำมาขยายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น สามารถรับประทานสดได้ หรือสกัดเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ

เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีคอเลสเตอรอล ชมพู่ยักษ์ จากไต้หวัน คือพันธุ์ยักษ์ไต้หวัน สตรอว์เบอร์รีผลโตขนาด 3 – 4 ลูกต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม รสชาติหวานกรอบ รวมไปถึงฝรั่งพันธุ์พิจิตร 1 คือ ผิวขาว เนื้อไม่แข็ง รสชาติหวาน เมล็ดน้อย เป็นต้น

นอกจากนี้ที่ตำบลแหลมรัง ยังมีศูนย์เรียนรู้เกษตรบ้านหนองจิกสี เป็นเสมือนแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรพอเพียง

ทั้งการปลูกพืชผักและผลไม้หลากหลายรูปแบบเกษตรผสมผสาน ซึ่งสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง

สถานีรถไฟพิจิตร

สถานีรถไฟที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศ สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในสไตล์สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกแบบตะวันตก คืออาคารใช้หลังคาจั่วแบบไม่มีหน้าจั่ว ไม่มีชายคาและกันสาด

ตกแต่งตัวอาคารด้วยบัวปูนโค้งเหนือบานประตู และหน้าต่าง บริเวณเหนือหน้าต่างและประตูมีการเล่นลายเส้นความโค้ง โทนสีครีมน้ำตาล ซึ่งอาคารสถานีรถไฟแบบนี้มีเพียงสองแห่งในประเทศไทย คือสถานีรถไฟหัวลำโพงกรุงเทพฯ และสถานีรถไฟพิจิตร

ด้านหลังของสถานีรถไฟ ยังมีอุโมงค์ต้นจามจุรีขนาดใหญ่ อายุกว่า 50 ปีแผ่กิ่งก้านปกคลุม 2 ข้างทางร่มรื่นสวยงามยิ่ง

ตลาดนัดนี้เพื่อน้อง

จัดขึ้นทุกวันเสาร์ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และคนในพื้นที่นำผลผลิตการเกษตรมาค้าขายที่แห่งนี้ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

ให้เด็กๆ ได้รู้จักการค้าขาย หารายได้แบ่งเบาผู้ปกครอง และบริเวณถนนสายวัฒนธรรมหน้ากำแพงแห่งความจงรักภักดี

เด็กๆ และชาวบ้านได้ร่วมกิจกรรมตักบาตรรับอรุณ ซึ่งเป็นวิถีชุมชนคนพิจิตรร่วมกันตักบาตรยามเช้า เด็กๆ ได้ซึมซับสิ่งดีงามต่างๆ เหล่านี้

การตักบาตรที่นี่น่าสนใจตรงที่ชาวบ้านจะใส่บาตรพระด้วยผักสด โดยทางวัดจะนำไปปรุงอาหารเอง

วันนี้จังหวัดพิจิตรพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่สนใจการท่องเที่ยวในเมืองใหม่ให้มาท่องเที่ยวกันแล้วนะ พิจิตรเมืองเล็ก… แต่น่ารัก จริงๆ นะ

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0